Pet shop Cafe' ตอนที่ 8.1

posted on 29 Mar 2010 13:26 by yohanfic  in PetShop

 
ก่อนจะเข้าเรื่อง วันนี้ 29/03 วันเกิดของนายทากิซาว่า ฮิเดอากิ ถ้าทุกคนยังจำได้ เขาเป็นพระเอกฟิกเรื่องนี้ 55ขออวยพระให้ทากิซาว่า มีความสุขมากๆนะ มีงานคู่ออกมาให้แฟนๆชื่นใจ รวยๆ ดังๆ นะ ถึงฉันจะกลั่นแกล้งด้วยวาจาและฟิก แต่ลึกๆแล้วฉันคงรักแกล่ะมั้ง

 

เรื่อง Pet shop Café
ตอนที่ 8


สวัสดีครับทุกคนผมนิโนะมิยะ คาซึนาริ พ่อครัวเค้กอัจฉริยะแห่งร้านอาหารกึ่งเบเกอรี่ชื่อดัง Pet shop Café อ๊ะ ไม่ใช่สิ พ่อครัวเค้กอัจฉริยะของโตเกียว เอ ผมว่ายังน้อยไป พ่อครัวเค้กอัจฉริยะของญี่ปุ่น!


    อืม...ทุกๆคนคงจะรู้จักชีสเค้กใช่มั้ยครับ ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงชีสเค้ก ทุกคนก็จะนึกถึง Blueberry cheese cake ชีสเค้กเนื้อเนียนสีขาวนวล บนฐานแครกเกอร์หอมเนย ราดด้วยบลูเบอรรี่ลูกโตๆฉ่ำเยิ้ม อยากกินแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ชีสเค้กไม่ได้มีแค่นั้นนะครับ วันนี้ผมจะมาอธิบายเกี่ยวกับชีสเค้กให้ฟัง


อะแฮ่มๆ ชีสเค้กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆครับ คือแบบไม่อบและแบบอบ แบบไม่อบก็ตรงตัวเลยครับ คือไม่ได้เอาไปอบด้วยความร้อน ชีสเค้กจะอยู่ตัวได้ด้วยเจลาติน (หรือจะไม่ใส่ก็ได้นะครับ แต่จะละลายเร็วหน่อย) ชีสเค้กประเภทนี้ก็อย่างเช่น Blueberry cheese cake ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี


ส่วนชีสเค้กแบบอบ แบ่งได้อีก 2 แบบครับ แบบแรกจะเป็นพวกเนื้อเบา เนื้อจะคล้ายๆชิฟฟอนแต่เนื้อเค้กจะชุ่มชื้นกว่า มีรสของชีสติดอยู่ที่ปลายลิ้น รสชาติเบาๆ หยิบกินได้เรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หมดก้อนแล้วนั่นแหละครับ ส่วนอีกแบบนึง คือแบบเนื้อแน่น ชีสเค้กประเภทนี้เนื้อก็จะแน่นสมชื่อเลยล่ะ เพราะว่าส่วนผสมของไข่น้อยกว่าและไม่มีการใส่ผงฟูลงไป  ชีสเค้กประเภทนี้ ก็อย่างเช่นพวก White Chocolate cheese cake ชีสเค้กยอดนิยม ที่อร่อยจนทำให้สาวๆหลายคนลืมอ้วน เนื้อเค้กสีเหลืองนวลที่ได้จากการผสมกันอย่างลงตัวของครีมชีสกับWhite chocolate บนฐานโอรีโอสีดำตัดกัน แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและ White Chocolate ขูด ให้อิมเมจเหมือนเจ้าชายรูปงามที่สาวๆหลายคนต้องมาสยบให้ เหมือนกับใครบางคนที่ผมรู้จัก ดวงตาคมที่บาดใครมาแล้วนักต่อนัก แต่อย่าคิดว่าจะหวานเพียงอย่างเดียว กลับมีรสเปรี้ยวนิดๆเหมือนวาจาเชือดเฉือนชนิดสุนัขยังต้องแพ้(แต่ผมไม่แพ้นะ!) ฮึ่ย! อย่าไปพูดถึงคนคนนั้นเลยครับ อะไรนะ คนไหนเหรอ ไปคิดกันเอาเองสิ! โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบ Dark Chocolate cheese cake มากกว่า ชีสเค้กสีเข้ม รสชาติขมหน่อยๆ ตกแต่งด้วยบราวนี่ชิ้นเล็กๆราดชอกโกแลตซอส กินแล้วได้อิมเมจผู้ใหญ่กว่ากันตั้งเยอะ


ส่วนใหญ่ ที่ร้านของผม(อะไรนะครับ ของโอจังเหรอ ไม่เคยได้ยินเหรอครับ ของเพื่อนก็เหมือนของเรา) จะมีเมนูชีสเค้กเพียง 1 เมนูต่อวันครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่าครีมชีสมันแพงไงล่ะครับ ชีสเค้กหนึ่งเมนู ทางร้านก็ใช้วันละ 6-10 ก้อนแล้ว และแน่นอนว่าชีสเค้กเนี่ยเป็นสิ่งที่จะหมดเป็นอันดับแรกในบรรดาขนมทั้งหลาย ก็สาวๆทั้งหลายชอบชีสเค้กนี่ครับ โดยเฉพาะชีสเค้กที่ผมทำน่ะ อร่อยสุดๆเลยล่ะขอบอก 
ออกจะเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ ที่ในแต่ละวันPet shop Caféจะมีชีสเค้กเพียง 1 เมนู แต่เนื่องจาก วันนี้ผมได้มาพูดเปิดเรื่อง ดังนั้น ผมมีข่าวดีจะมาบอกทุกคนครับ


Pet shop Café จัดเทศกาลชีสเค้กครับ!


ใช้ครีมชีสเป็นร้อยก้อนอย่างไม่ขี้เหนียว เชิญทุกท่านพบกันพาเหรดชีสเค้ก ไม่ว่าจะเป็น Blueberry cheese cake สูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อเนียนแทบจะละลายในปาก กับซอสบลูเบอรี่ที่ผมสุดแสนจะนำเสนอ White Chocolate Cheese cakeเจ้าชายสีขาวที่ทำสาวๆลืมอ้วน มาคู่กับ Dark Chocolate cheese cake เจ้าชายสีดำรสชาติเข้มเต็มรสชีสและชอกโกแลต หรือจะเป็น New York cheese cake แบบดั้งเดิม ถ้าอยากได้รสชาติแบบผู้ใหญ่หน่อยขอแนะนำนี่ครับ Cappuccino cheese cake ชีสเค้กที่หอมกลิ่นกาแฟ หรือจะเป็น Oreo cheese cake ต้องยอมรับจริงๆว่า ไอ้คุกกี้ถ่านนี่มันเข้ากับขนมประเภทนมๆชีสๆอย่างนี้จริงๆ จะแอบรักสุขภาพ เราก็มีชีสเค้กฟักทองมาให้ลองกันนะครับ หรือว่าถ้าไม่ชอบแบบเนื้อแน่น เราก็มีชีสเค้กแบบเนื้อเบาๆ มาให้ลองหลายรสชาติไม่ว่าจะเป็น รสดั้งเดิม รสกาแฟ รสชาเขียว เนื้อเบาฟู แต่ชุ่มฉ่ำ อืม...ขอบอกว่าชิ้นเดียวไม่พอครับ


นอกจากนี้ยังมีชีสเค้กแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบานอฟฟี่ชีสเค้ก ที่จับเอาบานอฟฟี่พายกับชีสเค้กมารวมกันอย่างลงตัว ทีรามิสุ รสชาติอิตาลีแท้ๆ จากมาสคาโปเน่ชีสอย่างดี คุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มไปด้วยกาแฟหอมเข้มสลับกับชั้นครีมหวานมัน บราวนี่ชีสเค้กที่รวมเอาความอร่อยทั้งบราวนี่และชีส หรือจะลองไอศกรีมครีมชีสสูตรเด็ดของทางร้าน ขอรับประกันว่าอร่อยไม่แพ้ไอศกรีมรสอื่นๆแน่นอน นอกจากนี้ยังมีชีสเค้กอีกหลากหลายชนิดยกขบวนมาให้ลิ้มลอง เอ่อ...ปาดน้ำลายนิดนึงครับ น้ำลายไหลแล้ว


    ชีสเค้กพวกเนื้อแน่นน่ะ ทานไปได้ไม่กี่คำก็อิ่มซะแล้ว คงจะคิดใช่มั้ยครับว่า ถึงยังไงก็ทานได้แค่ชิ้นเดียวอยู่ดี อัจฉริยะอย่างผมไม่ลืมคิดเรื่องนี้หรอกครับ เพราะชีสเค้กทุกชิ้นของวันนี้ จะเป็นขนาดมินิ ไซส์กำลังน่ารักน่าหม่ำ กินได้หลายรสแน่นอน
อย่าพลาดนะครับ เทศกาลดีๆอย่างนี้มีไม่บ่อย สาวๆที่รักครับ โยนเรื่องความอ้วนทิ้งไปก่อนแล้วมากันเยอะๆ ขอรับประกันด้วยเกียรติของพ่อครัวเค้กอัจฉริยะ นิโนะมิยะ คาซึนาริ คนนี้ว่า อร่อยทุกอย่าง!

 

 

 

 

 

 

 

คุณแมวดำมองผลงานที่บรรจงทำจนแทบไม่ได้นอน


สมุดออร์แกไนซ์ปกผ้ายีนส์ที่เขาบรรจงเย็บเองกับมือ


ร่างโปร่งตั้งใจทำของขวัญของขวัญชิ้นนี้ให้กับคุณชายทากิซาว่า เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของอีกฝ่าย ก่อนจะได้สมุดเล่มนี้ออกมา ซึบาสะก็คิดแล้วคิดอีก ว่าจะให้อะไรกับคุณชายดี ผู้ชายที่มีทุกอย่างในชีวิตอย่างนั้น ของขวัญอะไรจะเหมาะสม ปากกายี่ห้อแพงก็เกินกำลังเขาไปหน่อย เนคไท เสื้อ เข็มขัด ปกติที่เห็นอีกฝ่ายใช้อยู่ราคาล้วนไม่ธรรมดา ของต่างประเทศแพงจับใจทั้งนั้น(ท่าทางจะสั่งตัดด้วยนะ เพราะว่าหุ่นคุณเธอไม่ค่อยมาตรฐาน) ครั้นเขาจะเย็บเสื้อหรือเนคไทให้ก็ไม่เหมาะแน่ๆ ดังนั้นเลยสรุปว่าเป็นสมุดออร์แกไนซ์ท่าจะมีประโยชน์กับอีกฝ่ายมากที่สุด


คุณแมวดำ ยิ้มพอใจกับลายปักรูปปีก ที่มีชื่อของเขาต่อข้างท้ายเหมือนเป็นเครื่องหมายการค้า อย่างพอใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าทากิซาว่าจะชอบของขวัญของเขามั้ย...

อย่าคิดในแง่ร้ายสิ! แม่ของเขาเคยบอกว่าของที่ทำด้วยใจ ดูดีเสมอ เพราะว่ามีใจของคนทำอยู่ในนั้นเต็มไปหมด คนรับต้องพอใจแน่ๆ


ร่างโปร่งคิดได้อย่างนั้นก็เอาสมุดใส่กระเป๋าก่อนจะลุกไปอาบน้ำ หารู้ไม่ว่า ถึงจะเป็นกระดาษทิชชู่ที่สั่งน้ำมูกจนเหี่ยว หรือหมากฝรั่งเคี้ยวแล้ว ถ้าเป็นของที่ได้จากร่างโปร่งตาคมคนนี้ ทากิซาว่าก็จะเก็บไว้ราวกับแก้วสูงค่าไม่ปาน

 

 

 

 

 

 

โอโนะ ซาโตชิ เจ้าของร้านหน้ากลมมาเปิดร้านตามปกติ วันนี้รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวกำลังพยายามคิดว่ารู้สึกไปเอง หรือขอให้ลางสังหรณ์นี้มันผิดไปซะ


“โอจังอรุณสวัสดิ์!” เสียงทักมายของคุณกระต่ายดังมาก่อนตัว มาซากิมาพร้อมกับซึบาสะ คืนดีกันแล้วสินะคู่นี้ เห็นอย่างนี้แล้วก็ดีใจ แต่ว่ายังไงก็ต้องวางมาดเจ้าของร้านสุดโหด เพื่อต่อว่าเรื่องเหตุการณ์เมื่อวานหน่อย


“เมื่อวานหนีงานไปไหนมาทั้งคู่เลย”


“อ่า...”


“ขอโทษนะครับที่เมื่อวานทำให้เดือดร้อน” คุณแมวดำมารยาทดีออกตัวขอโทษก่อน “เรื่องมันยาวน่ะครับ ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วย ไอบะจังก็ขอโทษด้วยสิ”


“ขอโทษนะโอจัง คุณกระต่ายผิดไปแล้ว ยกโทษให้คุณกระต่ายด้วยน้า”


“อืมๆ วันหลังจะหยุดหรือมีธุระอะไรก็บอกกันด้วยนะ แล้วก็ลงโทษที่โดดงาน ตัดค่าแรง 2 วัน”


“อะไรกัน! หยุดไปวันเดียวก็ตัดค่าแรงวันเดียวสิ โอจัง!โหดร้าย คุณกระต่ายจะฟ้องกรมแรงงาน” ไอบะโวยวาย


“ก็...จุนบอกว่าให้ลงโทษให้หนักนี่นา” เมื่อวานคุณหมากระชากคอเสื้อเขาก่อนจะแยกเขี้ยวขู่ บรื๋อ~ คิดแล้วสยอง


“ไม่เอาๆ ไม่ยอมรับ ตัดค่าแรงแค่วันเดียวพอ เข้าใจมั้ยโอจัง” คุณกระต่ายพูดตัดบท ก่อนจะเดินเข้าร้านไป ซึบาสะส่งยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินตามไอบะเข้าร้านไป


โอโนะกระพริบตาปริบๆ มองตาม นี่เขาเป็นเจ้าของร้านใช่มั้ยเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 “ทำไมจุนกับคาซึยังไม่มาอีกล่ะเนี่ย” คุณกระต่ายที่อยู่ในเครื่องแบบติดหูกับหางเรียบร้อยแล้วบ่นอุบ เมื่อยังไม่เห็นวี่แววของเพื่อนร่วมงานอีกสองคน


“นั่นสิครับโอโนะซัง นี่ก็ใกล้เวลาร้านเปิดแล้วนะครับ” โอโนะเดินไปเดินมา เครียดอย่างกับเสือติดจั่น ลางสังหรณ์มันสั่งให้เขาเดินไปที่ห้องทำขนม และที่นั่นเขาก็ได้พบกับ...


กระดาษหนึ่งใบ


‘เหนื่อย วันนี้หยุด แต่ไม่ต้องห่วงทำเค้กไว้แล้ว เป็นชีสเค้ก นอนจำศีลอยู่ในตู้เย็น’ พออ่านประโยคนี้จบโอโนะก็เปิดตู้เย็นดู ข้างในนั้นเป็นสารพัดชีสเค้กเรียงรายอยู่ ‘ใช้ครีมชีสไปร้อยกว่าก้อนเอง อย่าบ่นเลยนะ จะจัดเป็นเทศกาลชีสเค้กก็ได้ ส่วนเรื่องตกแต่งอยู่ในสมุดที่วางไว้ รบกวนอิมาอิด้วยแล้วกัน ไม่ต้องสวยมากก็ได้ รู้อยู่ว่าทำไม่ได้หรอก รักนะ จากนิโนะมิยะ คาซึนาริ ปล.มัตสึโมโต้ก็หยุดด้วยนะ เมื่อวานมาช่วยทำเค้ก เหนื่อยเหมือนกัน’


“มีอะไรรึเปล่าครับ” ซึบาสะที่เดินตามเข้ามาถาม เมื่อเห็นว่าโอโนะยืนนิ่งไป อีกฝ่ายจึงยื่นกระดาษให้อ่านแทนคำตอบ ร่างโปร่งรับมาอ่านแล้วก็เข้าใจ


“แล้วนี่จะทำยังไงดีครับ”


“จะทำอะไร ก็ต้องไปเปิดร้านสิ! วันนี้ต้องฝากเรื่องของหวานกับนายด้วยนะซึบาสะ ส่วนไอบะ...อย่าสร้างปัญหาเป็นพอ”


“ครับ” ร่างโปร่งรับคำแล้วเดินออกไป


ไอ้พวกนั้นมันเหนื่อยวันเดียว แต่นี่เค้าเหนื่อยสองวันเลยนะเฟ้ย!

 

 

 

 

 

 

 

  ร่างเล็กๆของนิโนะมิยะ คาซึนาริ นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่เตียง ความเหนื่อยล้าทำให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะคนนี้ไม่ตื่น ทั้งที่ตามปกติ ถึงไม่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก็จะตื่นตามเวลาทุกครั้ง


ออด~


ใครมากดออดแต่เช้าเนี่ย!


คิดอย่างนั้น แต่ก็ไม่คิดจะไปเปิดเลยแม้แต่น้อย


ออด~~~


...อยากกด กดไป...


ออด~~~~~~~~~~ออด ออด ออด ออด ออด~~~~~~~~~~~~~~


“โว้ย จะบ้ารึไง!” อย่าให้รู้นะว่าใครที่ไหนมาแกล้ง เดี๋ยวด่าเปิงเลย! นิโนะเดินปึงปังมาที่ประตูอย่างอารมณ์เสีย พอเปิดประตูออกก็...


“อรุณสวัสดิ์ วันนี้หยุด ไปเที่ยวกันดีกว่า”


ปัง! ปิดประตูแทบไม่ทัน ก็คนที่มากดออดก่อกวนเขาแต่เช้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณหมาสุดหล่อแห่งร้านPet shop Café มาในชุดสุดเกย์เหมือนทุกวัน กางเกงขาเดฟสีม่วงกับเสื้อคอวีลึกมาถึงครึ่งอกพร้อมกระเป๋าหนังราคาแพงเป็นออปชั่น


ออด~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ออด ออด ออด ออด ออด ออด


“โว้ย!” เปิดประตูออกไปอีกครั้ง “จะบ้ารึไงเดี๋ยวห้องข้างๆก็ออกมาด่าหรอก”


“ก็คุณลิงปิดประตูใส่คุณหมาทำไมล่ะ”


“โว้ย! อย่ามาเรียกชั้นว่าคุณลิงนะ!”


“ทำไมอ่ะ ก็จะเรียก คุณลิง คุณลิง คุณลิง คุณลิง” ไวเท่าความคิด นิโนะรีบลากไอ้คุณหมาที่มาเห่าหน้าห้องแต่เช้าเข้าห้องทันที ก่อนที่ข้างๆจะปิดประตูออกมาด่าบรรพบุรุษของเค้า


“แหม ไวไฟนะคุณลิง ลากผู้ชายเข้าห้องตัวเองแต่เช้าเลย”


“ไวไฟบ้าอะไรล่ะ” นิโนะปิดประตูห้องก่อนหันมาแว๊ดใส่ แขกไม่ได้รับเชิญ “มาทำบ้าอะไรแต่เช้า รู้มั้ยว่าเห็นคิ้วหนาๆของนายแต่เช้าเนี่ย มันหงุดหงิด”


“ก็วันนี้วันหยุดนี่นา ก็เลยจะชวนออกไปเที่ยว คิดจะนอนอุดอู้อยู่ทั้งวันรึไง เสียดายวันหยุดเปล่าๆ”


“นี่ถามจริงนายไม่เหนื่อยรึไง เมื่อวานนี้ก็ทำขนมจนถึงเที่ยงคืนกว่า แถมเสิร์ฟทั้งวัน” พูดไปพูดมาชักจะหน้ามืด นิโนะเซติดกำแพง แต่ว่าคุณหมาสุดหล่อมาช่วยพยุงไว้


“ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็อย่างนี้แหละ”


“ใครไม่ได้ออกกำลังกายกัน เห็นอย่างนี้ก็เหอะ ช่วงนี้ชั้นเล่น Wii ทุกวันเลยนะจะบอกให้ อีกอย่าง ชั้นน่ะไม่ใช่ชนชั้นแรงงานอย่างนายนี่ จะไปถึกสู้ได้ยังไง” จุนไม่รู้หรอกว่าไอ้เกม Wii เนี่ยมันจะช่วยให้ออกกำลังได้มากแค่ไหน แต่ว่าคงไม่เท่ากับการไปฟิตเนสของเขาแน่นอน ที่ร่างบางหน้ามืดอยู่ในอ้อมกอดเค้าโดยไม่โวยวายเนี่ยก็เป็นหลักฐาน


“โอเคๆ ไม่เถียงนายแล้ว” ช้อนคนตัวเล็กขึ้นอุ้มเหมือนอุ้มเจ้าสาวเข้าหอ คนถูกอุ้มมีหรือจะไม่โวยวาย


“เฮ้ย จะทำบ้าอะไรปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ!”


“ปล่อยน่ะปล่อยแน่ แต่ว่าไม่ใช่ตรงนี้ นี่นายกินข้าวบ้างรึเปล่าเนี่ย ตัวเบาหวิวเลย” นิโนะพยายามดิ้น หารู้ไม่ว่าดิ้นไปก็เท่านั้น เหมือนเป่าลมใส่หน้าผา ยังไงก็ไม่กระเทือน


    “เอ้า!” จุนวางนิโนะลงที่เตียง หรือจะเรียกให้ถูกต้องกว่านี้ คือโยนนิโนะลงที่เตียง


    “เจ็บนะ กระดูกหักขึ้นมาจะทำยะ...” คำพูดสุดท้ายถูกกลืนลงไปในลำคอ เพราะหน้าของคนที่เพิ่งโยนเขามาเมื่อกี้มาอยู่ใกล้จนลมหายใจร้อนๆของอีกฝ่ายกระทบหน้าของเขา


    “เฮ้ย!” ร้องตกใจเมื่อคุณหมาของร้านคว้าหมับมาที่ไหล่ของเขา กำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่สายตาที่จริงจังทำเอาพ่อครัวเค้กอัจฉริยะกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่หลับตาปี๋


    “เอาล่ะ เมื่อยตรงไหน”


    “เอ๋” ลืมตามองอีกฝ่ายที่ตอนนี้อยู่ข้างหลังเขาเรียบร้อย มือทั้งสองข้างของจุนก็วางอยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขา เรียกได้ว่าอยู่ในท่าเตรียมนวด


    “เมื่อยตรงไหนว่ามา จะนวดให้”


    “ตรงไหล่” สิ้นคำ มือใหญ่ของอีกฝ่ายก็ออกแรงกด ทันที


    “เป็นไง แรงไปมั้ย”


    “ไม่ อือ สบายจัง” ต้องขอสงบศึกชั่วคราว เพราะ...อา...สบายจัง

 

 

 

 

 

 

 

     “ขอโทษค่ะ ร้านเปิดกี่โมงเหรอคะ” เด็กสาว ท่าทางจะเป็นสาวมหาลัย ถามเจ้าของร้านหน้ากลมที่เดินออกไปเขียนป้ายหน้าร้าน


    “รอบอาหารเที่ยงเปิดตอน ครับ ส่วนคาเฟ่รอบบ่าย เปิดตอน แต่ว่า รอบอาหารเที่ยงก็สั่งขนมได้นะครับ” ตอบไปพร้อมรอยยิ้ม


    “จะมากินแน่นอนค่ะ วันนี้มีเทศกาลชีสเค้กใช่มั้ยคะ ชั้นกับเพื่อนชอบกินมากเลย ไม่พลาดแน่นอนค่ะ” โอโนะอึ้งไป หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะมีพลังจิต สามารถอ่านใจ รู้ได้ว่ามันนี้มีชีสเค้ก!


    “อ่า...ขอโทษนะครับ รู้ได้ไงครับว่าวันนี้มีชีสเค้ก”


    “ก็เจอใน internet น่ะค่ะ ในเว็บไซต์ที่แนะนำร้านอาหาร เค้าบอกว่าวันนี้มีเทศกาลชีสเค้ก”


    “อ้อ สงสัยพ่อครัวเค้กของเราจะเอาโพสต์ไว้น่ะครับ ยังไงก็อย่าลืมมาทานนะครับ” ยิ้มส่งลูกค้าสาวคนนั้นจนลับตา


    แม่เจ้า!!! นิโนะมิยะ เพื่อนรัก เอาไปโพสต์ลงใน internet ปกติร้านที่คนเยอะอยู่แล้ว วันนี้คงได้ระเบิดเพราะลูกค้าไหลมาเทมาแน่ๆ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว อ๊ากกกกก


    โอโนะจำต้องเขียนบนป้ายหน้าร้านว่า วันนี้มีเทศกาลชีสเค้ก เพราะยังไงก็ปิดไม่ได้อยู่แล้ว


    นี่ใครริอาจไปเป็นศัตรูกับนิโนะมิยะ คาซึนาริ คงต้องคิดหนักหน่อยแล้ว เพราะคุณเธอช่างร้ายกาจ


    ...อ้อ...นี่ขนาดเพื่อนนะเนี่ย...

 

 

 

 

 

 

 

    จุนมองคนตัวเล็กที่นอนหลับน้ำลายยืดไปเพราะฝีมือการนวดของเขาก็ยิ้มขำ นี่เหนื่อยมากหรือว่าเขาฝีมือดีจนเคลิ้มกันเนี่ย


    “นิโนะมิยะ”  

    “...”

   จุนเรียกเบาๆ แต่คนตรงหน้าก็ยังไม่ตื่น


    “นิโนะมิยะ คาซึนาริ”

    “...”

    คราวนี้เรียกพร้อมเขย่า แต่ก็ยงไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก


    “คุณลิง” คราวนี้ไม่เรียกเปล่าแต่จี้เอวด้วย คนตัวเล็กสะดุ้งตื่น


    “เฮ้ย! อ๊า ไม่เอา หยุดเดี๋ยวนี้!”


    “หมั่นไส้ คนอื่นนวดให้มาหลับเฉย”


    “ก็...ก็มันเหนื่อยนี่นา” ความจริงแล้วเป็นเพราะ นวดดีจนเคลิ้ม แต่ไม่พูดให้เสียฟอร์มหรอก


    “...”


    “ก็นายนวดดี” โว้ย! พูดก็ได้ฟะ “นวดต่อนะ นวดต่อเถอะนะ ตรงหลังเนี่ยยังปวดอยู่เลยอ่ะ”


    “ไม่เอา ไม่นวดแล้ว เบื่อ เหม็นคนไม่อาบน้ำด้วย” มันก็จริงอยู่ที่เค้ายังไม่ได้อาบน้ำ แต่มันก็ไม่ได้เหม็นนะเฟ้ย!


    “ตามใจ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญกลับไปได้ หมดประโยชน์แล้ว” พอสิ้นคำ จุนก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที เสียงปิดประตูดังปัง ย้ำเตือนให้คนตัวเล็กรู้ว่าอีกฝ่ายได้ออกไปแล้ว


    เหอะ เดี๋ยวก็กลับเข้ามา เชื่อสิ


    ...


    ...


    ...


    เฮ้ย นี่ไปจริงๆเหรอ อย่ามาล้อเล่นนะ!


นิโนะเดินไปเปิดประตู หันซ้ายไม่มีเงาแมวซักตัว แต่พอหันขวา ก็เจอคุณหมาหน้าหล่อยืนสลอนอยู่ คนตัวสูงส่งยิ้มหวานกระชากใจให้ แต่มันทวีความหงุดหงิดให้เขามากขึ้น


    หนอย....(แสร้ง)ปึงปังเดินกลับไปเมื่อกี้ ไอ้แววตาเหมือนรู้ทันนั่นมันทำให้เค้าอารมณ์เสียสุดๆ ท่าทางกลั้นตัวเราะเต็มที่ กับคิ้วหนาๆนั่นก็ด้วย! (เกี่ยว...?)


    “โอ๊ะ โอ๋ ท่านเสนาธิการเสียหน้าซะแล้ว” เสนาธิการบ้าบออะไรล่ะ! นิโนะรีบปิดประตูแต่ว่าร่างสูงกลับแทรกตัวเข้ามาได้ทัน


    “จะเข้ามาทำไมมิทราบ” คนตัวเล็กแว้ดใส่


    “แหมๆ นึกว่าจะเปิดประตูออกไปเร็วกว่านี้ซะอีก” ไม่ใช่ว่าสะใจที่เห็นหน้าตากลั้นอารมณ์โกรธจากความพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย จุนรู้สึกว่ามัน น่ารัก มากกว่า “มานวดต่อๆ อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากนวดขึ้นมา”


    “...อะไร...” สีหน้าโกรธที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเงยขึ้น นิโนะเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลของอีกฝ่ายที่อยู่ข้างประตูยื่นให้ “อย่าเข้าใจผิด แค่ไม่อยากถือกระเป๋าของนายไปคืนให้ที่ร้านเท่านั้น ได้กระเป๋าคืนแล้วก็รีบๆไป ล็อคประตูให้ด้วย ชั้นจะไปอาบน้ำ” พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตูดังปัง ทิ้งให้คุณหมายืนงง


    เรื่องอะไรจะแพ้ล่ะ สมน้ำหน้า จะชนะนิโนะมิยะคนนี้ รอไปอีกร้อยล้านปีเถอะ!

 

 

 

 

 

 

 

    นี่คงเป็นผลกรรมที่เค้าชอบโดดงานใช่มั้ยเนี่ย!


    หมอฟันสุดหล่อ อยากเป็นลมเมื่อเห็นรายชื่อคนไข้ที่นัดไว้ของวันนี้


    “ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นค่ะคุณหมอ นึกถึงตอนที่อยู่ดีๆคุณหมอวิ่งออกไปสิคะ ดิฉันต้องขอโทษคนไข้ บางรายก็เข้าใจ บางรายก็อารมณ์เสีย คุณหมอเคยนึกถึงคนไข้มั้ยคะ บางรายต้องลางานมา บางรายก็มาจากที่ไกลๆ แต่ปรากฏว่าคุณหมอที่นัดไว้กลับไม่อยู่ ดิฉันต้องตามคุณหมอโทมะมา คุณหมอโทมะก็น่ารักนะคะ มาทุกครั้งเลย ทั้งๆที่เป็นวันหยุดของคุณหมอ เป็นเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวหรือคนรักแท้ๆ แล้วยังมีอีกนะคะ…”


    “พอแล้วครับ พอแล้วครับ” ว่าซะจนเค้าอยากเกิดใหม่เป็นหนอนเลย งื้อ เจ็บปวดอย่างรุนแรง “วันนี้ผมจะตั้งใจทำงานครับผม!” ตะเบ๊ะโชว์ความมุ่งมั่น


    “ไม่ใช่แค่วันนี้ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวยื่นกระดาษปึกใหญ่ให้อีกฝ่าย “นี่คือตารางงานของ3 วันนี้ค่ะ เพราะว่าคุณหมอโทมะบินไปดูงานต่างประเทศ คุณหมอก็เลยต้องรับผิดชอบคนไข้ของคุณหมอโทมะชั่วคราวค่ะ” แอ๊!


    “อย่างน้อยผมก็มีเวลาพักกลางวันใช่มั้ยครับเนี่ย” จะได้ไปชาร์จพลังที่ Pet shop Café ด้วยใบหน้ายิ้มๆของคุณกระต่าย


    “อ๋อ ค่ะ คุณหมอมีเวลาพักรับประทานอาหาร 15 นาที ต่อมื้อ”


    “หา! 15 นาทีเองเหรอครับ”


    “ค่ะ ไม่อย่างนั้น คุณหมอต้องเลิกงานตอนเที่ยงคืน เลือกเอานะคะ” พูดจบก็เดินออกไป ไหนว่าพยาบาลคือนางฟ้าในชุดขาว โชคิด อย่างนี้มันปีศาจในชุดขาวชัดๆ


    คุณหมอหนุ่มเปิดตารางงานของตัวเองอย่างเซ็งๆ นี่เขาคงไม่ได้เจอคุณกระต่ายหลายวันแน่ๆ

 

 

 

 

 

    “สวัสดีครับ Pet shop Café ยินดีต้อนรับครับ อ้าว อุซาตันเองเหรอ” คุณกระต่ายต้อนรับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถึงจะงงที่อุซาตันเป็นใคร(เอ่อ...น่าจะเป็นเขาเองใช่มั้ย) แต่คุณชายทากิซาว่าก็เดินเข้าไปในร้านด้วยรอยยิ้ม


    “วันนี้ท่าทางยุ่งๆนะ” ทักกี้ว่า เพราะว่ามองไปรอบๆร้านที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เอ...วันนี้มีแต่สาวๆแฮะ


    “ใช่แล้ว เพราะว่าวันนี้ จุนกับคาซึไม่อยู่ แถมมีเทศกาลชีสเค้กด้วย ซึบะจังเลยต้องทำหน้าที่แต่งจานขนมไปด้วย เสิร์ฟด้วย ว่าแต่วันนี้อุซาตันจะทานอะไรดี คุณกระต่ายขอแนะนำชุดเอ ของวันนี้ แกงกะหรี่ชีสกับสลัดแล้วก็น้ำเปล่าเย็นๆ โอจังผสมผงแกงเองเลยนะไม่ได้ใช้ของสำเร็จรูป รสชาติเข้มข้นสุดๆ อร่อยมากเลย คุณกระต่ายแอบชิมมาแล้ว” ไอบะนำเสนอเต็มที่ เพราะโอจังบอกว่าวันนี้ถ้าลูกค้าสั่งชุดเอเยอะๆ จะทำซุปเปอร์ไก่คาราอาเกะให้กิน แค่ไก่คาราอาเกะของโอจังก็อร่อยเหาะแล้ว นี่มีคำว่าซุปเปอร์อยู่ข้างหน้าแสดงว่าต้องอร่อยเหาะหลายๆรอบแน่เลย!


    แน่นอนว่าคุณชายทากิซาว่า ไม่เคยกินแกงกะหรี่สำเร็จรูป เพราะคุณชายเคยกินแต่แกงกะหรี่อินเดียแบบแท้ๆเท่านั้น พอได้ยินชื่อแกงกะหรี่ชีสเลยสนใจขึ้นมา


    “เห็นโอจังบอกว่าเป็นสูตรลับของตระกูลเลยน้า คิดดูนะอุซาตันข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยแกงกะหรี่โรยชีสลงไป เวลาตักขึ้นมานะ ชีสยืดเลยล่ะ อร่อยมากๆๆ” คิดภาพตามแล้วน้ำลายไหล


    “อืมๆ เอาชุดเอแล้วกัน”


    “เย่! ชุดเอหนึ่งที่ เอาแบบไหนเอ่ย เผ็ดปกติ หรือจะเอาเผ็ดมาก”


    “เอาเผ็ดมากมาแล้วกัน”


    “โอเค เผ็ดมาก กินเผ็ดๆดีนะ แต่คุณกระต่ายไม่ชอบกินเผ็ดเลยแหละ แล้วจะเอาของหวานด้วยมั้ยเอ่ย”


    “เทศกาลชีสเค้กอย่างนั้นเหรอ” คนตัวขาวมองไปโต๊ะข้างๆ ทีรามิสุดูท่าทางน่ากินเชียว “เอาทีรามิสุแล้วกัน”


    “โอเค ชุดเอ กับทีรามิสุ” คุณกระต่ายยิ้มกว้าง อิอิ ซุปเปอร์ไก่คาราอาเกะจะไปไหนเสีย “อ้อ อุซาตัน แล้วโชคุงไม่มาด้วยเหรอ”


    “ไอ้โชน่ะเหรอ ไม่ได้ชวนแฮะ สงสัยเข้าเวรล่ะมั้ง”


    “...เหรอ” ใบหน้ายิ้มแย้มสลดลงเล็กน้อย “อาหารที่สั่งรอสักครู่นะครับ” พูดจบก็เดินเข้าครัวไป

 

 

 

 

 

 

    “โอจังชุดเอหนึ่งชุด แล้วก็ทีรามิสุหนึ่งที่นะซึบะจัง”


    “โอเค ชุดเอหนึ่งชุด” โอโนะวางมือจากการล้างจานมาตักแกงกะหรี่ราดบนข้าวสวยร้อนๆโรยชีสขูดฝอยลงไป ก่อนไปจัดผักสลัด


    “อ้อ ใช่ซึบะจัง อุซาตันมาแน่ะ”


    “อุซาตัน...?” คุณแมวเอียงคออย่างงงๆ ตั้งแต่เกิดมายังไม่รู้จักใครชื่อนี้นะ


    “อุซาตันที่มาจีบซึบะจังน่ะ” ร่างโปร่งหน้าแดงวาบ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากทากิซาว่า ฮิเดอากิ ที่เขานั่งทำของขวัญให้ทั้งคืน


    “ชุดเอเรียบร้อยแล้ว” รวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ ก่อนจะไปล้างจานต่อ


    “เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟเองครับ” ซึบาสะยกถาดอาหารออกไปด้านหน้า

 

 

 

 

 

 

 

    “ชุดเอที่สั่งครับ” พอเห็นหน้าคนเสิร์ฟทากิซาว่าก็ยิ้มกว้าง


    “สวัสดีครับ ซึบาสะ แย่หน่อยนะวันนี้ เห็นไอบะจังบอกว่าวันนี้เหลืออยู่แค่สองคน”


    “ครับ มัตสึโมโต้กับนิโนะแก้แค้นที่เมื่อวานผมกับไอบะไม่ได้มาทำงาน” ร่างโปร่งวางจานอาหารลงตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ “เพราะทากิซาว่านั่นแหละครับ อยู่ดีๆก็พอผมไปนาระ นี่ผมโดนหักเงินวันนึงด้วยนะครับ” ทักกี้หน้าหน้าหงอยเป็นลูกหมาถูกดุ


    “เอ่อ...ซึบาสะ ขอโทษนะครับ” โอย ดูทำหน้าเข้า ถ้าแกล้งต่อนี่สงสัยจะใจร้ายเกินไป


    “ล้อเล่นน่ะครับทากิซาว่า”


    “ซึบาสะ! ทำผมใจเสียหมดเลย”


    “ซึบะจัง มีออร์เดอร์ของหวาน” เสียงแหบๆของคุณกระต่ายตะโกนเรียก 


    “เอ่อ...เย็นนี้ทากิซาว่า ว่างรึเปล่าครับ”


    “หือ คิดว่าไม่มีอะไรนะครับ ซึบาสะมีอะไรรึเปล่า”


    “...คือว่า...ผมมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ” นี่เขาหูฝาดรึเปล่า! ซึบาสะชวนเขาไปกินข้าวเย็นด้วย! ถ้านี่เป็นความฝันก็เป็นฝันดี ที่ไม่อยากตื่นเลย


    ร่างโปร่งที่เห็นคนตัวขาวนั่งนิ่งไม่ตอบอะไรก็พาลนึกว่า ไม่ว่างซะนี่


    “ถ้าทากิซาว่าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรครับ”


    “ไม่ใช่ครับ ผมว่างครับ ผมดีใจมากๆจนพูดอะไรไม่ออกเลยน่ะครับ” เมื่อพบว่าตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน ทากิซาว่าก็ตอบพร้อมรอยยิ้มที่เจิดจ้าเสียยิ่งกว่าพระอาทิตย์


    “ถ้าอย่างนั้นเจอกันตอนเลิกงานนะครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อน” ซึบาสะขอตัวอย่างสุภาพ ก่อนจะกลับไปทำงาน


    ทากิซาว่าหยิกตัวเองหลายครั้ง และพบว่ามันเจ็บทุกครั้ง เป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป โอยไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ! มีความสุขจังเลย!!!


    คนตัวขาวตักแกงกะหรี่เข้าปาก เผ็ดมากเหรอ ทำไมถึงรู้สึกว่าหวานจังเลยนะ อะฮิ อะฮิ


    “หมะม้าฮะ พี่ชายคนนั้นอีกแล้ว” เด็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์ สารภาพรักครั้งแรกของทากิซาว่ากับมารดานั่นเอง ผู้เป็นแม่พอเห็นคนตัวขาวทำท่าประหลาดๆก็รีบบอกลูกชาย


    “อย่าไปมองลูก อย่าไปมอง” ทำไมต้องมาเจอคนประหลาดๆทุกที หน้าตาก็ดีแท้ๆ ไม่น่าเลย

 

 

 

 

 

 

    “นายนี่ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเลยนะ”


    “เฮ้ย!” นิโนะตกใจร้องลั่น เพราะตาเกย์คิ้วหนามานั่งรอเขาอยู่หน้าห้องน้ำ แถมยังจ้องเขาใหญ่เลยด้วย “ทำไมยังอยู่อีก กลับไปได้แล้ว”


    “ก็...หิวข้าวแล้วนี่นา” จุนว่า “ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย นายเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”


    “มันก็ใช่อยู่ แต่ทำไมชั้นต้องกินกับนายด้วยล่ะ!”


    “ก็ไม่ได้บอกว่านายต้องกินกับชั้นนี่ แค่บอกว่านายยังไม่ได้กินข้าว” โอย...นิโนะอยากจะประสาทในความกวนของหมอนี่จริงๆ “อืม...ไหนๆนายก็ชวนแล้ว งั้นชั้นจะกินข้าวกับนายก็ได้”


    “ใครชวนนายมิทราบ อย่ามามั่วได้ปะ ขอร้อง” นิโนะรู้แย่ ทำไมวันนี้เขาถึงเสียหน้าให้หมอนี่หลายรอบจัง ไม่ชอบเลย ใจเย็นๆนะคาซึนาริ ใจเย็นๆเข้าไว้ นิโนะบอกตัวเอง


    “เอาอย่างนี้นะ มัตสึโมโต้ ชั้นขอแต่งตัวก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน”


    “...อืม” ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจะมาไม้ไหน แต่คุณหมาก็อือออไปก่อน


    “เอ้า ออกไปก่อนสิ”


    “หือ”


    “ก็ชั้นจะแต่งตัว นายออกไปก่อน”


    “อ่า โอเคๆ งั้นรออยู่ที่เตียงนะ” ทำไมต้องที่เตียงด้วยวะ นิโนะคิด พ่อครัวเค้กอัจฉริยะค่อยๆแต่งตัวอย่างช้าๆ พลางคิดแผนการในหัวอย่างเงียบๆ

 

 

 

 

 

 

    “แต่งตัวเร็วจัง” นิโนะมองหน้าคนพูดอย่างอึ้งๆ เร็วบ้าอะไร ช้าที่สุดในชีวิตเขาเลยนะเนี่ย ศิริรวมสามสิบกว่านาทีมันเร็วตรงไหน “แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ไปกินข้าวกันดีกว่า”


    “เดี๋ยวๆๆ มัตสึโมโต้ จุน ชั้นบอกว่าแต่งตัวเสร็จแล้วเรามาคุยกันก่อน”


    “เอาไว้หลังกินข้าวไม่ได้เหรอ ตอนนี้หิวแล้ว”


    “ไม่ได้ สัญญาต้องเป็นสัญญาสิ เอาล่ะนั่งตรงนั้น” ชี้ไปที่ปลายเตียง ส่วนตัวเองมานั่งที่หัวเตียง ตาเรียวๆของนิโนะจ้องอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดบทสนทนาต่อ “ทำไมวันนี้ถึงต้องมายุ่งกับชั้นด้วย”


    “ก็...” ก็อยากเจอหน้ากวนๆของนาย เอ้ย ไม่ใช่ แค่อยากมากวนใจเท่านั้น โอ๊ย ให้ตายเถอะ จะคำตอบไหนก็ไม่ดีแฮะ


    “ตอบ!”


    “ก็...อยู่เฉยๆมันน่าเบื่อ” จุนตอบ “ก็เลยมาหา คิดว่านายน่าจะเบื่อเหมือนกัน”


    “ขอบคุณนะ แต่ว่าวันหลังไม่ต้องคิดแทนชั้นก็ได้” ขอบคุณก่อนจะแดกดันแบบเบาๆ “เอาตรงๆเลยนะ เมื่อวานชั้นเหนื่อยมาก นายจะว่าชั้นอ่อนแอหรืออะไรก็ได้นะ แต่ว่าเพราะปกติไม่ได้ทำงานหนักอย่างนั้น ก็เลยเหนื่อยมากจริงๆ วันนี้ก็เลยอยากนอนพัก แต่ว่านายกลับมาทำลายความสงบด้วยการกดกริ่งรัวแบบไม่ยั้งและกวนใจชั้นต่างๆนานา บอกตามตรงว่าชั้นโกรธมากเลย” ร่างบางพักหายใจสักครู่ก่อนจะพูดต่อ ตอนนี้บรรยากาศมันซีเรียสเสียจนจุนไม่กล้าพูดอะไร “ถ้านายอยากจะกินข้าวก็ได้ตามใจ ชั้นไปกับนายก็ได้ แต่ว่าพอกินข้าวเสร็จแล้วต้องแยกย้าย นายก็กลับบ้านของนายไป ส่วนชั้นก็กลับมานอนพักผ่อน ตกลงมั้ย”


    จุนมองหน้านิโนะ ท่าทางจะอารมณ์เสียจริงๆแฮะ หรือว่าเราจะแกล้งมากเกินไปจริงๆ แต่ถ้าพักผ่อนน้อยเดี๋ยวก็ไม่สบายเป็นลมไปอย่างวันนั้นอีก


    “ตกลง” พอได้ยินคำตอบแล้วนิโนะก็ยิ้มบางๆ


    “ขอบคุณนะ ที่นายเข้าใจ” คนตัวเล็กตอบไปอย่างเรียบๆ แต่ในใจนั้นลิงโลดไปแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอก ไอ้ท่าทางซีเรียสเครียดมาคุเนี่ย มันเป็นการแสดงเท่านั้นแหละ หึหึหึ แหม ได้ผลด้วยไม่น่าเชื่อนะเนี่ย


    “ว่าแต่นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”


    “หือ...อะไรก็ได้ แล้วแต่นายเถอะ เพราะว่านายเป็นคนเลี้ยง”


    “ฮะ?” โดนยัดเยียดให้เป็นคนเลี้ยงเฉยเลย เค็มเสมอต้นเสมอปลายจริงๆหมอนี่ เอาน่ายอมๆหน่อยแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

    ระหว่างที่กำลังรื่นรมย์กับแกงกะหรี่ชีสเยิ้มฝีมือพ่อครัวหน้ากลมอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของพ่อนักธุรกิจใหญ่ก็ดังขึ้น คนตัวขาวจึงละมือจากอาหารตรงหน้าก่อน


    “สวัสดีครับ มิยาโมโตะซัง”


    “...”


    “ครับ ผมจะรีบกลับไปครับ” มีปัญหาเกี่ยวกับเรือสินค้าของบริษัท เป็นปัญหาเร่งด่วนต้องรีบกลับไปจัดการ คนตัวขาวควักค่าอาหารออกมาจากกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะ


    ‘...คือว่า...ผมมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ’ เสียงของคุณแมวดังก้องในหัว แต่เรื่องงานก็สำคัญไม่แพ้กัน นี่เค้าจะทำยังไงดี


    “เป็นอะไรไปทาเครุคุง คิ้วขมวดใหญ่แล้ว แกงกะหรี่ของโอจังไม่อร่อยเหรอ” คุณกระต่ายนั่นเอง ไอบะเอียงคอถามทากิซาว่า ซึ่งได้ชื่อใหม่อีกแล้ว


    “จริงด้วย ไอบะจัง ฝากบอกซึบาสะหน่อยสิ ว่าผมมีงานด่วนเข้ามาไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ เย็นนี้คงต้องยกเลิกนัด”


    “อือๆ ได้ๆ เดี๋ยวคุณกระต่ายบอกให้นะ” ทากิซาว่ายิ้มอย่างวางใจแล้วรีบออกจากร้านไป ถึงจะเสียดายที่ต้องยกเลิกนัดกับร่างโปร่ง แต่เรื่องงานก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน


    คุณกระต่ายเก็บจานแกงกะหรี่ที่ยังกินไม่หมดไปอย่างเสียดาย นี่ถ้าไม่เกรงใจนะ จะนั่งกินต่อให้หมดเลย


    “อ๊ะ เหวอ!!!” ร้องเสียงหลงเพราะสะดุดขาตัวเองเข้าให้ ไอบะยื่นแขนออกไปให้ยาวที่สุดเพื่อคว้าจานแกงกะหรี่ที่กำลังลอยอยู่ก่อนที่จะตกพื้น ถ้าแตกล่ะก็จุนจังต้องว่าแน่ๆ (จุนเป็นเจ้าของร้าน?)


    “เซฟ!” จานไม่ตกพื้นแตก และแกงกะหรี่ไม่หก รอดไปที ไม่ต้องมาเช็ดด้วย “อ๊ะ ขอโทษที่เสียงดังครับ ไม่เป็นไรครับ ไม่มีอะไร เชิญทานอาหารต่อเลยนะครับ” หันไปพูดกับลูกค้าที่มองเขาเป็นตาเดียว บางคนตกใจนิดหน่อย แต่บางคนก็ยิ้มอย่างชินๆ ไอบะลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว


    “เอ...ว่าแต่เมื่อกี้ทาเครุพูดอะไรบ้างนะ ...ง่า...คิดไม่ออกเลย” ท่าทางความทรงใจของคุณกระต่ายจะหล่นหายไปเพราะสะดุดเมื่อกี้แหงๆ
 

 

To be Con...

 

ปล. ขอโทษนะกี้ วันเกิดแกแต่ว่าฟิคคราวนี้มันเป็นตาของจุนกะนิโนะจริงๆอ่ะ 

[Fic T&T+Arashi] Pet shop Cafe' Part 7.2

posted on 28 Aug 2009 18:42 by yohanfic  in PetShop

สัวสดีค่ะ หายไปนาน แต่ไม่เท่าคราวที่แล้วนะ

 ไปอ่านกันก่อนแล้วค่อยคุยกันค่ะ ^^

Pet shop Cafe'

ตอนที่ 7.2

ทักกี้วางหูโทรศัพท์แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะมุมในที่ลับสายตาที่สุดเพราะซึบาสะให้เหตุผลว่าผู้ชายร้องไห้ตาบวมน่าอายจะตายไปขอนั่งหลบมุมดีกว่า พวกเขาทั้งคู่เลยมานั่งตรงนี้

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปรอบๆร้านราเมงธรรมดาๆที่ร่างโปร่งแนะนำ ทำไมชามนึงมันถึงได้ถูกแสนถูกจนน่าแปลกใจ ไม่เคยเข้าร้านแบบนี้เลยหวังว่าจะอร่อยนะ

 “ขอโทษนะครับที่เลือกร้านธรรมดา ไม่เหมาะกับทากิซาว่าซังเลย” ซึบาสะพูดเสียงอ่อย พอคนๆนี้ก้าวเข้ามาในร้านแล้ว เหมือนเอารูปสลักหินอ่อนมาตั้งไว้กลางโรงนาเลยเหอะๆ งั้นเค้าคงเป็นชาวนา 

 “ไม่เหมาะสมอะไรกัน เอาอะไรมาวัดกันซึบาสะ” คนตัวขาวยิ้ม “ขอให้อร่อย ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละ” แต่ก่อนเค้าก็คิดนะว่าร้านอาหารต้องแพงถึงจะอร่อย แต่พอได้ไปกินอาหารที่ร้านPet shop ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปเยอะ

 “ได้แล้วครับ ทงคัตสึโชยุสองที่” พนักงานเสริฟที่เป็นเด็กนักเรียนม.ปลายวางชามราเมงร้อนๆท่าทางหน้ากินตรงหน้าคนทั้งคู่ “อ้อ อิมาอี้แม่แถมเกี๊ยวซ่าให้พี่คนหล่อที่มาด้วยด้วยอ่ะ” อิมาอี้ ชื่อเล่นที่เด็กหนุ่มเรียกร่างโปร่งเรียกรอยยิ้มบางๆจากทากิซาว่า ก่อนจะฉุกคิดอะไรได้เลยชี้หน้าตัวเอง

 “แถมให้ผมเหรอ”
 
“อือ” อืม...ทักกี้พยักหน้าบางๆ ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะว่าที่เค้าหล่อน่ะเป็นเรื่องจริง

 “ว้าว ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะชูเฮ” ซึบาสะยิ้มกว้าง เขามากินร้านนี้บ่อยๆจนสนิทกับคนที่ร้านไปแล้ว 

 “ขอบคุณมากนะครับ” ทักกี้ยิ้มพยักหน้าให้เด็กหนุ่มไปหนึ่งที ความหล่อมันสะท้อนเข้าตาจนแสบ ชูเฮยิ้มเดินกลับเข้าครัวไป

 “เอาล่ะ ทานล่ะนะครับ” คนตัวขาวคว้าตะเกียบขึ้นมาหัก แล้วก็ส่งเส้นราเมงร้อนๆชุ่มน้ำซุปเข้าปาก “อะ อร่อยจัง” คนตัวขาวลองชิมชาชู “เฮ้ย นี่ก็อร่อยมากเลย เนื้อติดมันกำลังดี”

 คุณแมวดำพอให้ทักกี้ท่าทางมีความสุขกับอาหารก็ยิ้มออก ความกังวลในตอนแรกหายไป

 “ใช่มั้ยครับ ราเมงร้านนี้อร่อยแล้วก็ถูกมากๆเลย ทากิซาว่าซังลองกินเกี๊ยวซ่าสิครับ อันนี้น่ะเป็นเกี้ยวซ่าย่าง ร้านนี้แป้งบางกรอบ ไส้ข้างในก็อร่อยมากด้วย เวลากินนะจะได้กลิ่นหอมของถ่านที่ใช้ย่างอวลอยู่ในปาก” ร่างโปร่งคีบเกี๊ยวซ่าที่จิ้มน้ำจิ้มยื่นให้อีกฝ่าย โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่ตัวเองทำน่ะ เค้าเรียกว่า ป้อน
 
ทักกี้อึ้งไปกับเกี๊ยวซ่าน่ากินตรงหน้า ไม่ใช่มันดูน่าอร่อยอย่างที่ร่างโปร่งโฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ แต่เป็นเพราะร่างโปร่งเป็นคนป้อนต่างหาก
 
แต่มีหรือที่คุณชายทากิซาว่าจะรอช้า คนตัวขาวรีบงับเกี๊ยวซ่าที่น่ากิน(น้อยกว่าคนป้อน)เข้าปากด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข 
 
“อะ ร้อนๆๆๆ” หน้าหล่อของคุณชายสุขได้ไม่นานก็ต้องร้องเพราะความร้อนของเกี๊ยวซ่ามันน้อยซะที่ไหน แม่ของชูเฮเอาออกมาจากกระทะเมื่อกี้นี้เอง
 
เจ้าของตาคมตกใจรีบส่งแก้วน้ำให้อีกฝ่าย ทักกี้กลืนเกี๊ยวซ่าร้อนๆแล้วดื่มน้ำเย็นตามไป จบกันพอดี คนตัวขาวคงกินอะไรไม่อร่อยไปอีกหลายวัน
 
“ทากิซาว่าซัง ผมขอโทษนะครับ” ซึบาสะได้แต่พูดเสียงอ่อยด้วยความสำนึกผิด พอเห็นอย่างนั้นแล้ว ทักกี้เอ๋ย เจ็บก็เจ็บอยู่นะ แต่หัวใจมันชุ่มชื่นมีความสุขเกินขีดปรอทไปแล้ว
 
โอ๊ย เรื่องแค่นี้กี้ทนได้

 

 

 

 

 วันต่อมาที่ร้าน Pet shop บรรยากาศไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทำไมน่ะเหรอ...

“อีก 5 นาทีร้านจะเปิดแล้ว สองคนนั้นยังไม่มาเลย” โอจังเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจ ส่วนจุนก็นั่งเงียบปล่อยรังสีอำมหิตพร้อมจะฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ออกมาตลอดเวลา ผิดกับนิโนะที่ยังทำขนมอยู่อย่างสบายใจ ทั้งที่ร้านจะเปิดอยู่แล้วแต่ว่าคุณกระต่ายกับคุณแมวยังไม่มาเลย

“หรือว่าจะโดด เฮ้อ จะโดดจะลาทำไมไม่โทรมาบอกกันก่อน” โอจังกดโทรศัพท์โทรออกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วของวัน ติดต่อทั้งสองคนไม่ได้ทังคู่
 
ทะเลาะกันเอามีดมาฆ่ากันไปแล้วมั้ง จุนคิดเล่นๆในใจ ตอนนี้เขากำลังโมโหพร้อมจะปะทุ เพราะว่าถ้าสองคนนั้นไม่มาทำงานจริงๆก็จะเหลือคนที่ทำงานหน้าร้านคนเดียวซึ่งก็คือเค้าเอง มันเหนื่อยน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ!
 
เจ้าของคิ้วเข้มมองไปทางพ่อครัวเค้กอัจฉริยะที่ยังคงทำขนมอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ร้องถามขึ้นมาอย่างหมั่นไส้
 
“ท่าทางนายไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเลยนะ นิโนะมิยะ คาซึนาริ” เจ้าของชื่อหันกลับมามองตามเสียงเรียก แล้วหันกลับไปทำขนมต่อ
 
“ก็จะยากอะไร ถ้าสองคนนั้นไม่มา วันนี้นายก็เสิร์ฟคนเดียว ก็เท่านั้น”
 
“อ้าว พูดง่ายนี่ นายคิดว่างานในห้องอาหารมันสบายนักเหรอ”

“ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้น แต่ว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
 
“ก็จริง...แต่ท่าทางสบายใจเกินเหตุของนายมันน่าหมั่นไส้” จุนให้เหตุผล เวลาหงุดหงิดเห็นอะไรแล้วมันก็ขวางหูขวางตาไปหมด
 
“โอ๊ย พวกนายสองคนอย่าเพิ่งทะเลาะกันได้มั้ย!” โอจังพูดเสียงดังจนจุนอดคิดไม่ได้ว่า...ตัวเองเป็นใครบังอาจมาขึ้นเสียงใส่เขา (ไม่กลัวหรือตกใจเลยแม้แต่น้อย) “ถ้าวันนี้ไอบะกับซึบาสะไม่มา นายต้องไปช่วยเสิร์ฟด้วยนิโนะ”
 
“จะบ้าเหรอซาโตชิ แล้วใครจะดูเรื่องขนม”
 
“ไม่บ้าเว้ย ส่วนขนมจุนก็ทำได้นิดหน่อยนี่ ตอนที่นายเป็นลมหมอที่ก็ทำแทน เอาเป็นว่าช่วยๆกันนะ ตกลงตามนี้ เอาเป็นว่าวันนี้จะให้ค่าแรงพวกนายสองเท่าละกัน มีชุดสำรองอยู่ในล็อกเกอร์ชั้น นี่กุญแจ รีบๆเปลี่ยนแล้วมาทำงานนะนิโนะ ขอตัวเองไปเปิดร้านก่อน” เจ้าของร้านหน้ากลมที่เพิ่งแสดงความเป็นเจ้าของร้านออกมาครั้งแรก วางกุญแจล็อกเกอร์บนโต๊ะก่อนจะรีบเดินไปเปิดร้าน คุณหมายิ้มหึๆแล้วเดินไปหยิบกุญแจนั้นขึ้นมาส่งให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะที่หน้าง้ำงอ
 
“รีบไปเปลี่ยนเสื้อเถอะครับคุณพ่อครัวเอก” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า “วันนี้ค่าแรงสองเท่านะ ไม่ดีใจเหรอ”
 คำว่าค่าแรงสองเท่า ทำให้ไฟนักสู้ในกายของนิดนะมิยะ คาซึนาริลุกโชน สู้โว้ย!!!

“นายก็รีบไปประจำหน้าที่เถอะคุณหมาสองหัว ไม่ต้องเป็นห่วงชั้นหรอก”

 

 

 

 

“หึ หึ หึ หึ” ท่าทางกลั้นขำของมัตสึโมโต้จุนมันน่ารำคาญมากกว่าที่เขาหัวเราะออกมาตรงๆ แต่ความจริงนะผมคิดว่าถ้าเขาหัวเราะออกมาตรงๆผมอาจะอารมณ์เสียกว่านี้ก็ได้ 

“เหมาะกับนายมากเลยนะ คุณลิง” ร่างสูงพูดประชด ใช่แล้ว ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในชุดลิง ชุดลิงน่ะเข้าใจมั้ย! หูกางๆกับหางยาวๆที่ไม่เห็นว่ามันจะน่ารักตรงไหนเลย แล้วขอโทษเหอะ ลิงมันเป็นสัตว์เลี้ยงรึ? โอ้ย! อยากจะฆ่าไอ้คุณเพื่อนรักซาโตชิจริงๆ

“เฮ้ย ยืนอู้อะไรกันลูกค้าเต็มร้านแล้ว ออกไปรับออร์เดอร์” โอจังเดินออกมาสั่งทั้งสองคนที่อยู่ในห้องล็อกเกอร์

“ครับผม” จุนขานรับอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกฝ่ายที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“เออ” โอจังยื่นหน้าเข้ามาอีกครั้ง “จะบอกว่า แต่งขึ้นนะนิโนะ เหวอ!” หลบเสื้อนอกที่นิโนะโยนมาแทบไม่ทันแน่ะ

“เฮ้ย เอาเสื้อนายโยนสิ เอาเสื้อชั้นโยนทำไม” เสียงของจุนโวยวายเมื่อนิโนะเอาเสื้อราคาแพงลิบของตนโยนใส่เจ้าของร้านหน้ากลม “เสื้อแพงนะ” จุนรีบเดินไปหยิบเสื้อของตัวเองมาแขวนตามเดิม

“เป็นคุณหมากับคุณลิงเหมือนปังคุงกับเจมส์เลย” โอจังยังมิวายยื่นหน้ามาพูดต่อ

“เฮ้ย ซาโตชิชั้นไม่ได้เป็นหมาหน้าย่นอย่างนั้นนะ” คราวนี้จุนโวยวายบ้าง อย่างเค้าต้องเป็นหมาตระกูลดีและสง่างามอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ ไม่ก็ซาลูกิ อะไรแบบนี้ต่างหาก

นิโนะได้แต่ยืนระงับอารมณ์โกรธอย่างเงียบๆ ด้วยคำว่าค่าแรงสองเท่า และแน่นอน...

งานนี้ไอบะกับอิมาอิต้องชดใช้สองเท่าด้วยเหมือนกัน เหอ เหอ เหอ เหอ

 

 

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ทักกี้ไปส่งซึบาสะที่ห้อง ร่างโปร่งที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องคืนดีกับไอบะให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อกลับมาที่ห้องแล้วไฟยังคงปิดมืด แสดงว่าอีกฝ่ายยังไม่กลับมา

ซึบาสะนั่งรอคุณกระต่ายที่โซฟารับแขก พลางคิดไปต่างๆนานา หรือว่าไอบะจังจะเสียใจจนกลับดาวไปแล้ว หรือว่าจะโดนนักวิทยาศาสตร์จับตัวไปทดลอง หรือว่าจะอย่างโน้นหรือว่าจะอย่างนี้

“หาว~~” ซึบาสะกางมือขึ้นบิดขี้เกียจ เพราะว่าร้องไห้เยอะก็เลยรู้สึกล้า ร่างโปร่งเปลี่ยนท่านั่งเป็นนอนบนโซฟา ขอพักสักครู่คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง 

 ...............

 .........

 ......

 ...

~Koi wa surfing~
 
เสียงมือถือดังขึ้น ปลุกร่างโปร่งให้ตื่นจากนิทรา ตาคมของซึบาสะมองดูหมายเลขเรียกเข้า ทากิซาว่าซัง ไม่ต้องสงสัยว่ามีเบอร์ทักกี้ได้ยังไง เพราะว่าคุณชายเธอขอไปเมื่อวานนี้เรียบร้อยแล้ว

“สวัสดีครับ”

“อรุณสวัสดิ์ซึบาสะ ขอโทษนะที่โทรมาเช้าขนาดนี้” คุณแมวดำที่ยังไม่ตื่นดีพยักหน้าหงึกๆก่อนจะคิดได้
 
เช้างั้นเหรอ?
 
“ทากิซาว่าซังตอนนี้กี่โมงเหรอครับ”
 
“เอ่อ...หกโมงครึ่งน่ะ” หกโมงเช้าแล้วเหรอเนี่ย นี่เขาเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ มองไปรอบๆตัวผ้าห่มสีฟ้าอ่อนของเขาเองห่มอยู่บนตัว ไอบะจังคงห่มให้ อะ!จริงด้วยต้องคุยกับไอบะจัง “ตอนนี้ผมอยู่หน้าห้องซึบาสะนะ” เสียงของทากิซาว่าดึงร่างโปร่งออกมาจากห้วงความคิดของตัวเอง
 
“หน้าห้องผมนะเหรอครับ” คุณแมวเดินไปที่ประตู มองผ่านช่องข้างหน้า จริงด้วย! มือเรียวปลดล็อคกระตูก่อนจะเปิดประตูให้อีกฝ่าย
 
พอประตูเปิดออกก็เห็นหน้าหล่อๆของคนตัวขาวส่งยิ้มมาให้
 
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ทักกี้กล่าวทักทาย
 
“ทากิซาว่ามาทำอะไรที่นี่ครับ” พูดพลางกดตัดสายโทรศัพท์ แล้ววางเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วไว้บนชั้นวางรองเท้าใกล้มือ
 
“นาฬิกาข้อมือของซึบาสะอยู่ไหนครับ ยังเก็บไว้อยู่รึเปล่า” แทนที่จะตอบแต่กลับยิงคำถามมาแทน คุณแมวดำพยักหน้าแทนคำตอบ “ถ้าอย่างนั้นไปเอามาครับ” อะไรก็ไม่รู้ทำให้ซึบาสะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหยิบนาฬิกาที่อยู่ในห้องของตัวเองมาส่งให้อีกฝ่าย
 
“ทากิซาว่าจะทำอะไรครับ” มือขาวของนักธุรกิจหนุ่มรับนาฬิกามาสำรวจ ก่อนจะยัดลงกระเป๋าเสื้อ
 
“เราจะเอานาฬิกาไปซ่อมกันครับ” ร่างโปร่งเอียงคอ ทำหน้าแมวงง
 
“ซ่อมที่ไหนครับ” 
 
“อย่าเพิ่งถามเลยครับ รีบมาก่อนเถอะ” พูดยังไม่ทันจบดี ทักกี้ก็จูงมืออีกฝ่ายออกไป
 
“ทากิซาว่าผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย!” เสียงโวยวายของร่างโปร่งไม่มีผล ส่วนมือถือของร่างโปร่งก็ยังวางอยู่ตรงชั้นวางรองเท้านั่นเอง

 

 

 

 

 “อ๊า คุณลิงน่ารักจังเลย” แม่บ้านวัยกลางคนร้องทักเมื่อเห็นนิโนะมิยะ คาซึนาริในชุดคุณลิง คนถูกชมยิ้มแห้งๆ อยากจะหายตัวไปดื้อๆ
 
“อะไรครับ เมื่อวานมิเอะซังยังบอกว่าคุณหมาน่ารักอยู่เลย” คุณหมาของร้านร้องโวยวายเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงกลางคนพูด
 
“แหมๆ ร้านนี้มีแต่พนักงานหน้าตาดีนี่นา” พูดจบก็มองเค้กที่เอามาเสิร์ฟตรงหน้า “อันนี้เค้าเรียกว่าอะไรเหรอจ๊ะ เห็นว่าสีสวยดี น่ากินก็เลยสั่งมา”
 
“อันนี้…”
 
“อันนี้เป็นบัตเตอร์เค้กชาเขียวแบบญี่ปุ่นครับ” พ่อครัวเค้กจอมอัจฉริยะแย่งคุณหมาตอบด้วยความภูมิใจ “ผมใส่ผงชาเขียวอย่างดีลงไป ได้กลิ่นชาเขียวที่อ่อนๆที่เข้ากับกลิ่นของเนยได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังผสมถั่วแดงต้มลงไปในเค้กด้วยเพื่อให้ได้สัมผัสเวลาเคี้ยว”
 
“อืม...หอมกลิ่นชาเขียวจริงๆด้วย ทานล่ะนะจ๊ะ” มิเอะซังกดส้อมลงไปบนเค้ก ก่อนจะส่งเค้กเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำเข้าปาก
 นิโนะมิยะ คาซึนาริมองอีกฝ่ายด้วยหน้าตาที่เหมือนคนลุ้นผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย
 
“เป็นไงบ้างครับ”
 
“อร่อยมากเลยจ๊ะ”
 
“ยัตต้า!” เผลอกำหมัดด้วยความดีใจ แล้วหันหน้าไปยิ้มกว้าง “ขอบคุณมากครับ” ก่อนจะวิ่งเข้าหลังร้านไป
 หญิงวัยกลางคนได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงงๆ
 
“คุณลิงนี่แปลกดีนะจ๊ะ”
 
“นั่นสิครับ สงสัยเพิ่งออกจากป่ามา เจอคนเยอะๆเลยตื่นคน” จุนตอบอย่างติดตลก “ผมไปทำงานก่อนนะครับ ทานให้อร่อยนะครับ” ร่างสูงค้อมตัวให้อีกฝ่ายก่อนจะผละออกมา








จุนมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนตกแต่งจานขนมอย่างมีความสุข
 
“นายนี่น่าอิจฉาจริงๆ” อยู่ดีๆนิโนะมิยะก็พูดออกมา ในขณะที่มือยังบรรจงบีบครีมตกแต่งขนม “ถามหน่อยสิ เวลาลูกค้ากินขนมของชั้นเค้าทำหน้าดีใจอย่างนี้ทุกคนรึเปล่า”
 
“อยากรู้เหรอ” คุณหมาทำหน้าเจ้าเล่ห์
 
“อื้อ” คุณลิงยืนยัน “ชั้นทำขนมออกมา ชั้นว่าอร่อยแต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะว่าอร่อยเหมือนอย่างที่ชั้นคิดรึเปล่า มีคนชมว่าขนมที่เราทำอะไร นั่นแหละความสุขพ่อครัวทุกคน” นิโนะพูดยิ้มๆ “ตกลงจะตอบได้ยัง”
 
“เหอ ทุกคนเลยเหรอ ใครจะไปจำได้ล่ะ บ้ารึเปล่า” คำตอบที่ทำให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหน้าบึ้ง แต่ในสายตาของมัตสึโมโต้ ตอนนี้นิโนะน่ารักมากๆ “แต่เท่าที่จำได้ ไม่เคยมีใครบอกว่า เค้กของ Petshop Cafe ไม่อร่อย” พอได้ยินสิ่งที่คุณหมาพูดต่อมาเท่านั้นแหละ ริมฝีปากบางของนิโนะก็ยิ้มกว้างซะ
 
“แถมคนทำก็น่าอร่อยมากด้วย แต่ยังไม่ได้ชิมนะเลยไม่รู้ว่าอร่อยมั้ย” คนน่ากินหันควับ มองค้อนอีกฝ่าย
 
“ชิมบ้าชิมบออะไร เอ้า เอานี่ไปเสิร์ฟ”

 

 

 

 

 “นี่ครับ” คนตัวขาวยื่นแซนวิชกับกาแฟให้อีกฝ่าย ซึบาสะรับมาอย่างงงๆ “กินรองท้องไปก่อนนะครับ” ทากิซาว่าสำทับ
 
“เราจะไปไหนกันครับ”
 
“ก็ไปซ่อมนาฬิกาของซึบาสะไงครับ”
 
“ไม่ครับผมหมายถึง เราจะไปซ่อมนาฬิกาที่ไหน” คือก็รู้ครับว่าทากิซาว่าคงไม่เอาผมไปขายแน่ๆ แต่อยากรู้สถานที่ซ่อม
 
“นาระครับ”
 
“หา! ทำไมต้องไปถึงนาระด้วยครับ”
 “ไปถึงแล้ว ซึบาสะก็รู้เองครับ” พูดจบเฟอรารีสีแดงก็ขับพุ่งทะยาน เป้าหมายคือนาระ เมืองแห่งกวาง!

 

 

 

 

เล็กๆไม่ เวอร์เข้าไว้เป็นทักกี้ คงจะเป็นสโลกแกนของทากิซาว่า ฮิเดอากิ
 
“ตกใจนะครับเนี่ย ที่มาถึงที่นี่เลย” ซึบาสะยิ้มแห้งๆเมื่อได้ยินคำพูดของคนขายนาฬิกา ใช่แล้ว คุณชายทากิซาว่าพาเขามาที่บ้านของคนขายนาฬิกา!
 
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มารบกวน”
 
“แหะๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ออกจะตกใจเหมือนกัน ตอนที่มีคนโทรมาบอกว่าเป็นเพื่อนของเค้าซื้อนาฬิกาไปแล้วทำตก แล้วผมไม่ไปขายหลายวันไปซ่อมที่ไหนก็ไม่ได้ตอนนี้ร้องห่มร้องไห้เสียใจไม่เป็นอันกินอันนอน ก็ไม่รู้ว่าไปเอาเบอร์ของผมมาจากไหน” คุณแมวดำยังคงยกยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย เขาไม่รู้หรอกนะว่าทากิซาว่าหาเบอร์มาจากไหน แต่อะไรบางอย่างบอกว่าทากิซาว่าสามารถหามาได้แน่ๆ
 
“ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ” 
 
“ไม่เป็นไรครับ มีคนเห็นลูกๆของผมสำคัญอย่างนี้ ผมดีใจนะ” ช่างซ่อมนาฬิกาหนุ่มพูดพลางไขนอตตัวสุดท้าย “เอาล่ะเสร็จแล้วครับ”
 
“ขอบคุณมากครับ”
 
“เสร็จแล้วเหรอครับ” ทากิซาว่าเดินเข้ามาพอดี “ขอบคุณมากเลยนะครับ ค่าซ่อม...เท่าไหร่เหรอครับ”
 
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือว่าเป็นบริการพิเศษของทางร้านแล้วกัน”
 
“แต่ว่าผมเกรงใจ” ซึบาสะพูดอย่างที่คิด เพราะมารบกวนถึงบ้านแล้วซ่อมนาฬิกาให้ฟรีมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
 
“ไม่เป็นไรจริงๆครับ”
 
“แต่ว่า...”
 
“ถ้าอย่างนั้นช่วยรับนี่ไปได้มั้ยครับ ถือซะว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ” คนตัวขาวยื่นกล่องกระดาษที่มีลวดลายสวยงามให้อีกฝ่าย “เป็นขนมมิซึมันจูของร้านเบนิคาว่า ผมซื้อมาระหว่างทางน่ะครับ”
 
“อา...ขอบคุณมากครับ” เจ้าบ้านรับขนมไปถือในมือ “นี่ของโปรดผมเลยล่ะ”
 
“งั้นเหรอครับ ดีจัง” คนตัวขาวยิ้มออร่ากระจาย “ขอบคุณมากนะครับ มารบกวนนานแล้วผมขอกลับก่อน”
 
“ครับ ถ้านาฬิกามีปัญหาอะไรอีกเอามาให้ผมซ่อมได้ตลอดครับ เสาร์หน้าผมก็จะกลับไปขายอย่างเดิมแล้ว”
 
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” ซึบาสะขอบคุณอีกครั้ง ทากิซาว่าก้มโค้งให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มก่อนจากไป

 

 

 

 “เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า ซึบ่าสะอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า” คนตัวขาวยิ้มอย่างร่าเริงเมื่อเข้ามานั่งในรถสีแดงของเขา ส่วนคุณแมวดำที่นั่งมาข้างๆนั่งนิ่งจนน่าแปลกใจ “...ซึบาสะ...”
 
“ทากิซาว่าทำเกินไปนะครับ”
 
“อ่า...” คนตัวขาวจนด้วยคำพูด
 
“ขอบคุณนะครับ” แต่ไม่ทันที่ทากิซาว่าจะพูดอะไรต่อ ร่างโปร่งก็แทรกขึ้นมา “ขอบคุณมากๆ”
 คนหล่อระบายยิ้ม นึกว่าจะถูกคุณแมวดุซะแล้ว
 
“อย่าร้องไห้อีกนะครับ ซึบาสะไม่เหมาะกับน้ำตา ยิ้มเข้าไว้ๆ” ซึบาสะยิ้มกว้าง แน่นอนทากิซาว่าเห็นแล้วยิ้มกว้างยิ่งกว่า
 
“ผมไม่ใช่เด็กนะครับ เรื่องอะไรจะร้องไห้บ่อยๆ”
 
“ครับ ครับ ว่าแต่เราจะกินอะไรกันดี”

 

 

 

 “โอย...เหนื่อยโว้ย” พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหมดแรง ค่าแรงสองเท่ามันไม่คุ้มหรอกเฟ้ย! เขาต้องการเวลาพัก!
 ปกติตอนที่เปิดขายอาหารรอบเที่ยง เขาก็จะทำเค้กสำหรับช่วงบ่ายไปด้วย พอถึงตอนพักก็ได้พัก แล้วพอเปิดรอบบ่ายเขาก็จะเค้กของรอบเย็นไปด้วย พอถึงมื้อเย็นก็ไม่มีอะไรมาก อู้ได้ เล่น DS ได้อย่างสบาย ไม่ไหวแล้วเค้าอยากเล่นโปเกมอน!
 
แต่นี่ อะไรกัน ออกไปเสิร์ฟโดนแซว+แต๊ะอั๋งเล็กน้อย(คุณลิงเป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย) แล้วยังต้องมาทำเค้กอีก ช่วงเวลาพักระหว่างบ่ายสองโมงถึงบ่ายสามโมงเป็นอันว่าไม่ได้พัก แต่ต้องมาทำเค้ก โหดร้าย เขาจะฟ้องกรมแรงงาน!
 
“เป็นไง เหนื่อยมากมั้ย” แขกประจำของครัวขนมโผล่หน้าเข้ามา คุณลิงหันไปโวย
 
“เหนื่อยสิ แล้วนั่น จะยืนอยู่ทำไม เข้ามาช่วยชั้นสิ!” จุนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขากะอยู่แล้ว
 นิโนะยื่นสมุดสูตรขนมให้ร่างสูง
 
“ช่วยเตรียมวัตถุดิบตามสูตรนี้ให้หน่อย ตวงให้เรียบร้อยอย่าให้ขาดเกินด้วย”
 
“ครับผม” จุนรับหนังสือมา แล้วจัดการเตรียมของตามสูตร ส่วนนิโนะก็ง่วนอยู่กับการทำเค้กอีกชนิดนึง ด้วยสีหน้าสุดเซ็งปนอิดโรย
 
“นี่ๆ ก็เข้าใจว่าเหนื่อยนะ แต่ว่าถ้าไม่ตั้งใจทำเดี๋ยวก็เสียหรอก” จุนเตือน คนบ้างานอย่างเขาไม่ยอมให้เกิดอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับร้านอย่างแน่นอน “นึกถึงตอนที่ยังไม่มีซึบาสะสิ ก็มีกันแค่นี้เหมือนกัน”
 
“ยังมีมาซากิอีกคน” นิโนะเถียง “ถึงมาซากิจะงี่เง่า แต่อย่างน้อยชั้นก็ไม่ต้องออกไปเสิร์ฟอย่างนี้”
 
“เอาน่า ชั้นก็มาช่วยนายแล้วนี่ไง ซาโตชิสิ อยู่หน้าเตาทั้งวันไม่มีคนช่วย”
 
“มันก็เหมือนก่อนที่อิมาอิจะมานั่นแหละ ป่านนี้คงนอนพักสบายไปแล้ว”
 
“ใช่ที่ไหนล่ะ ตอนนี้ซาโตชิกวาดร้านอยู่กวาดเสร็จก็ต้องมาเตรียมของสำหรับรอบเย็น”
 
“แต่ก็ไม่ต้องออกไปเสิร์ฟ” นิโนะยังคงยืนยัน จนจุนขี้เกียจจะสาวความยืดยาว ก็เลยเตรียมวัตถุดิบต่อออย่างเงียบๆ
 
“ท่าทางนายไม่ชอบงานบริการ” คุณหมาถามหลังจากผ่านไปสักพัก
 
“มันก็น่าดีใจนะ ที่ได้ไปเห็นปฏิกิริยาของลูกค้าที่มีต่อเค้กที่ชั้นทำแล้วก็ดีใจอยู่หรอก แต่ว่าชั้นไม่ชอบพบปะผู้คนเท่าไหร่ ขออยู่ในครัวอย่างนี้ดีกว่า” พูดพลางเอาแป้งเหลวๆสีส้มเข้าเตาอบ “มัวแต่พูดมาก นายเตรียมของเสร็จรึยัง” จุนพยักหน้าไปทางวัตถุดิบที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแทนคำตอบ
 
“โอ เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ เอาล่ะๆ”
 
“นี่นายจะทำอะไร ชีสเค้กเหรอ หรือว่าทีรามิสุ” จุนถาม เพราะว่าส่วนผสมที่นิโนะให้เตรียมมีมาสคาโปเน่ชีสอยู่ด้วย
 
“ไม่ใช่ๆ ทำเค้กโรล Banana Mascarpone Roll” ตอนนี้เอาง่ายๆเร็วๆ แต่ดูดีไว้ก่อน
 จุนแอบขำ สงสัยเพราะคุณลิงอยากกินกล้วยเลยทำเค้กนี้ นิโนะเห็นจุนยิ้มก็ไม่ได้คิดอะไร
 
“ทำไมไม่ทำชีสเค้กล่ะ” คุณหมาถาม “ท่าทางไม่ยากอะไร ไม่ต้องตกแต่งมากมายด้วย”
 
“ชีสเค้กน่ะ อบแล้วต้องทิ้งไว้เป็นชั่วโมงเลยกว่าจะกินได้ เพราะว่าเค้กจะได้เซ็ตตัว ออกแนวว่าทำวันนี้กินพรุ่งนี้น่ะ” จุนพยักหน้า สายตายังจับจ้องอยู่ที่พ่อครัวคนเก่ง ที่ตอนนี้กำลังแยกไข่อย่างคล่องแคล่ว
 
“ให้ช่วยอะไรอีกมั้ย”
 
“อืม หั่นกล้วยให้หน่อย เสร็จแล้วก็รบกวนดูเค้กให้ด้วย ถ้าได้แล้วก็เอาออกมาเอามีดแซะรอบพิมพ์แล้วคว่ำเค้กไว้บนตะแกรงนะ เอาพิมพ์ไปล้างด้วย เสร็จแล้วก็...”
 
“พอแล้วๆ”
 
“เอ้า ถามเองนะว่าจะให้ช่วยอะไรมั้ย”
 
“ก็รู้ แต่เกรงใจน่ะรู้จักมั้ย คนเขามาช่วยนะ ไม่ได้มาเป็นทาส”
 
“ของฟรีก็ต้องเอาให้คุ้ม” นิโนะลอยหน้าลอยตาตอบ แต่คุณหมาก็ไม่ได้ว่าอะไร ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มบางๆก่อนเอากล้วยมาหั่นตามคำสั่ง
 
“ฮ้า!!!”
 
“อะไร!” จุนตกใจเกือบทำมีดบาดมือตัวเอง เมื่ออยู่ดีๆนิโนะก็ร้องออกมาเสียงดัง
 พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกฝ่าย แววตาระยับดูชั่วร้ายอย่างบอกไม่ถูก
 
“คิดอะไรดีๆได้ล่ะ”

 

 

 

 

ในที่สุดซึบาสะก็กลับมาถึงห้อง
 
หลังจากที่โดนทักกี้ลากไปเที่ยวนู้นเที่ยวนี่จนหนำใจ(ความจริงก็ยังไม่หนำเท่าไหร่ แต่ซึบาสะยืนยันว่าเหนื่อยมากต้องการพักผ่อน คนตัวขาวถึงยอม)
 
ใช่ ในที่สุดวันนี้คุณแมวดำก็ไม่ได้ไปทำงาน ไม่รู้ว่าวันนี้ที่ร้านจะวุ่นวายมากมั้ย แต่ก็คงไม่มากล่ะมั้ง เพราะว่าก็แค่กลับไปเป็นเหมือนตอนที่เค้ายังไม่มาทำงานที่นั่น
 
คิดอย่างนี้แล้วแอบเหงาขึ้นมายังไงก็ไม่รู้
 
ซึบาสะส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องคืนดีกับไอบะจังก่อน
 มองไปตรงที่วางรองเท้า ไม่มีรองเท้าของอีกฝ่าย อืม ถูกแล้ว ไอบะไม่เคยเก็บรองเท้าเข้าที่ แต่นั่นรองเท้าของใครกัน
 
มีแขกเหรอ...?
 
หรือว่าเมื่อเช้าตอนที่ออกไปเค้าจะลืมล็อกประตู
 
ขโมยรึเปล่า!?!
 
ร่างโปร่งค่อยๆก้าวเท้า ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ หรือว่าจะขโมยจริงๆ คิดได้อย่างนั้นเลยลองเรียกดู
 
“ไอบะจัง...”
 
“ยินดีต้อนรับสู่ โรงละครกระต่ายน้อยครับผม คุณหนูตรงนั้นมานั่งตรงนี้เลย” เสียงร่าเริงของคุณหมอทำเอาซึบาสะตกใจนิดๆ ว่าเพื่อนสนิทของคุณชายทากิซาว่ามาที่นี่ได้ยังไงและทำไม แถมห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นโรงละครเล็กๆ มีฉากทำจากกระดาษสีต่างๆแล้วก็ประดับลูกโป่งสีสดใสเต็มไปหมด
 
คุณหมอฟัน ส่ง Signal ให้คุณกระต่ายที่เตรียมตัวอยู่ข้างหลัง แล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น!
 
“แทน ทะละแลน แทนแทน แทน แทน แทน!” คุณกระต่ายพยายามทำเสียงให้น่าตื่นเต้น มือทั้งสองข้างสวมหุ่นมือที่นั่งทำกับคุณหมอทั้งคืน
 
โชคุงเสนอว่า ให้ทำหุ่นมือเป็นเรื่องราวเพื่อขอโทษคุณแมว ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า วิธีนี้มันจะไปได้ผลอะไร แต่คุณกระต่ายก็ตั้งใจทำตุ๊กตาอย่างสุดฝีมือ โดยมีโชคุงคอยช่วยทำอุปกรณ์ เขียนบท และกำกับการแสดง
 
สรุปคือ วันนี้คุณกระต่ายไม่ได้ไปที่ร้านนั่นเอง
 
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อืม...แต่ความจริงก็ไม่นานเท่าไหร่ คุณกระต่ายกับคุณแมวดำอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในบ้านหลังเล็กๆกลางป่า” หุ่นมือคุณกระต่ายสีชมพูและคุณแมวดำตาคมยืนโยกไปมาท่าทางมีความสุข
 
โชที่ทำหน้าผู้ควบคุมเสียงก็กดปุ่มเล่นซีดี BGMน่ารักเหมือนอยู่ในโลกจินตนาการก็ดังขึ้นประกอบ ส่งเสริมอารมณ์คนดูที่ออกจะยังงงนิดๆอยู่
 
“แล้ววันหนึ่ง อ่า...อันนี้อ่านว่าอะไรนะ...อืม...” โชที่กำลังทำหน้าภูมิใจกับความคิดของตนสะดุดทันที “โชคุง อันนี้อ่านว่าอะไรครับ” ไอบะยื่นบทให้โชที่ยืนอยู่นอกฉาก
 
“อันนี้อ่านว่า อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ครับไอบะจัง” โชยื่นบทคืนให้คนที่อยู่หลังฉาก ซึบาสะพยายามกลั้นยิ้ม คิดแต่ว่า แหม ช่างสมกับที่เป็นคุณกระต่ายจริงๆ
 
“วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น คุณกระต่ายซุ่มซ่ามกระโดดไปโดนนาฬิกาที่คุณลิงกับคุณหมาให้คุณแมวเป็นของขวัญหล่นแตก คุณแมวดำโกรธคุณกระต่ายมาก” BGM เปลี่ยนเป็นเพลงตื่นเต้นเหมือนเกิดพายุ คุณแมวดำเดินออกจากฉากไป
 
“คุณแมวดำใจร้ายจังเลยนะครับ คุณกระต่ายว่ามั้ย” คุณหมอโชถามคุณกระต่ายน้อยสีชมพู คุณกระต่ายส่ายหน้า
 
“ไม่นะ คุณแมวดำไม่ได้ใจร้าย คุณกระต่ายผิดเองต่างหาก”
 
“คุณกระต่ายขอโทษคุณแมวรึยังครับ” 

“ก็...ขอโทษแล้ว”
 
“ขอโทษอีกครั้งดีมั้ยครับ”
 
พูดจบ ร่างโปร่งที่อยู่หลังฉากก็ค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ มือทั้งสองข้างมีหุ่นมือหน้าตาพอลึกๆแต่ก็ทำด้วยใจ ไอบะมองมาที่ซึบาสะด้วยแววตาสำนึกผิด
 
“ซึบะจัง ขอโทษนะ” ไอบะเว้นช่วงไปพักหนึ่ง “เราไปที่ร้านนาฬิกาแล้วปรากฏว่าเขาไม่มาขาย แล้วถ้าซื้อนาฬิกาให้ใหม่ มันก็ไม่มีนาฬิกาอะไรที่จะมาแทนที่นาฬิกาที่พังไปแล้วได้แน่ๆ เราขอโทษนะ” น้ำใสๆเริ่มไหลออกจากตาของคุณกระต่าย “ขอโทษนะ”
 
“ไอบะจัง อย่าร้องไห้นะ เราก็ผิดเหมือนกัน”
 
“ฮึก ซึบะ...จัง”
 
“ไอบะจังอย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวเราร้องตามนะ ฮึก” ไม่ทันขาดคำ คุณแมวก็น้ำตาไหลอีกแล้ว ทั้งคู่โผเข้ากอดกันกลม
 
คุณหมอโชที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนเกินซะแล้ว มองทั้งคู่แล้วยิ้ม คุณแมวกับคุณกระต่ายคืนดีกันแล้ว แอบภูมิใจในวิธีของตัวเองอยู่เงียบๆคนเดียว แล้วค่อยๆเฟดหายไป เอ้ย ค่อยออกจากห้องไปโดยไม่ให้ทั้งสองคนรู้ตัว

 

 

 

“ซึบะจังยังไม่นอนอีกเหรอ” ไอบะจังถามร่างโปร่งที่กำลังง่วนกับงานฝีมืออยู่ในห้องรับแขก(ที่ยังไม่ได้เก็บฉากและลูกโป่งออก ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในโลกนิทาน)
 
“อืม คงอีกซักพักน่ะ ไอบะจังไปนอนก่อนได้เลย” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ว่าคุณกระต่ายอยากรู้นี่นาว่าทำอะไรอยู่ เดินไปดูหน่อยนะ อะ โครม!
 
ไม่ลืมหกล้มหนึ่งที ไม่เสียคอนเซ็ปคุณกระต่าย ซึบาสะผละจากงานที่ทำอยู่ ไปฉุดแขนอีกฝ่ายขึ้นมา
 
“ขอบใจจ้า” ไอบะยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวที่ตอนนี้ไม่ปวดแล้ว “ซึบะจังทำอะไรอยู่อ่ะ”
 
“ก็...” ซึบาสะไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยหยิบนาฬิกาที่ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วให้อีกฝ่ายดู  คุณกระต่ายเห็นแล้วตาโต
 
“อ๊ะ! เป็นเหมือนเดิมแล้วได้ไง ก็ร้านมันปิดไม่ใช่เหรอ แล้วซึบะจังเอาไปซ่อมที่ไหน”
 
“ทากิซาว่าเอาไปซ่อมให้น่ะ” หากอธิบายเรื่องราวทั้งหมดคงนาน(และเนื้อหาคงซับซ้อนเกินกว่าคุณกระต่ายจะเข้าใจ) เลยตอบไปแบบนั้น 
 
“ทากิซาว่าไหน?” ไอบะทำหน้างง ซึบาสะยิ้มจืดๆ ลืมไปว่าสกิลการจำหน้าคนของคุณกระต่ายเป็นศูนย์
 
“อือ...เพื่อนของโชซังน่ะ”
 
“อ๋อ เพื่อนของโชคุง” ไอบะพยักหน้าช้าๆ “คนที่พาไปเลี้ยงไอติมใช่มะ”
 
“ใช่ ทากิซาว่าเขาเอาไปซ่อมให้ ผมเลยคิดว่าจะทำของเล็กๆน้อยๆให้ตอบแทนที่อุตส่าห์มีน้ำใจ” พูดพลางเย็บของตอบแทนที่กำลังทำอยู่ มันคือสมุดออร์แกไนซ์เล่มขนาดพอเหมาะ ที่ซึบาสะเย็บผ้ายีนส์เพื่อเป็นปก เขาไม่รู้จะหาซื้อของอะไรให้ แต่คิดว่าออร์แกไนซ์น่าจะมีประโยชน์กับนักธุรกิจอย่างทากิซาว่า(แม้เท่าที่รู้จักกัน วันๆจะไม่ทำอะไรนอกมานั่งเฝ้าเขาก็ตามเถอะ)
 
“อืม...” ไอบะลากเสียงในลำคอ “ความจริงต้องขอโทษอีกเรื่องนึงด้วย ขอโทษนะที่วันนี้ไม่ไปที่ร้าน”
 
“อ้าว วันนี้ไอบะจังก็ไม่ได้ไปที่ร้านเหรอ”
 
“ซึบะจังก็ไม่ได้ไปที่ร้านหรอกเหรอ” สองคนที่ไม่ได้ไปที่ร้านมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ถ้าอย่างนั้นก็เหลือคุณหมาอยู่คนเดียว ภาพจุนกำลังส่งสายตาอาฆาตมาให้ลอยขึ้นมาในความคิด คุณแมวดำและคุณกระต่ายส่ายหน้าแรงๆ
 
ไม่คิดต่อแล้ว...สยอง...

To Be Con...

 Talk

สวัสดีค่ะ หายไปนานตามเคย ต้องขอโทษจริงๆค่ะ ปีสองเนี่ยเรียนหนักกว่าปีหนึ่งมาก หน้ามือเป็นหลังมือ แถมมีวิชาหลักคือ ID หรือวิชาออกแบบ ซึ่งมัน...อ้ากกกก วันนี้ก็ยังส่งแบบไม่ผ่านค่ะ T_T

วันนี้เป็นวันพิเศษค่ะ  เป็นวันเกิดของคุณแม่Smile คุณแม่อีกคนของโยฮัน ขอให้คุณแม่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะคะ ขอบคุณนะคะที่ตามอ่านฟิกของโยฮันมาโดยตลอด

แล้วก็ผู้อ่านทุกคนท่านขอบคุณที่อ่านฟิกของโยฮันค่ะ ยังไงขออนุญาตตอบเม้นนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ

สำหรับตอน 8 รอหน่อยนะคะ คาดว่าได้อ่านตอนช่วงเดือนตุลาคมค่อนข้างจะแน่นอน

ดีใจจังเลยมาต่อแล้ว อยากอ่านฟิคของโยฮันมากเลย
สงสารไอบะจังไหนจะเรื่องคุณแมวดำแล้วยังจะปวดฟันอีก
คุณหมอโชทำคนไข้สลบเลย ฮ๋าๆๆๆ
ทักกี้ รู้แล้วใช่ไหมว่าคุณแมวดำต้องการสื่อว่ายังไง
เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะ
แต่ตอนนี่ทำตัวได้น่ารักมากเลยกี้ เหมือนแม่ก็ยอมใช่ปะกี้
#1 By Sora

Yohan : คุณชายเธอกำลังเร่งทำคะแนนค่ะ เอาใจช่วยคุณชายด้วยนะคะ (ไม่น่าเชื่อว่าคำว่าเอาใจช่วยคุณชายจะออกมาจากปากของโยฮัน55) 

หวัดดีจ้าคุณโยฮัน

เคยอ่านเรื่องนี้มานานแล้วแต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน..
แล้วก็อ่านไม่จบ จำไม่ได้อีกว่าอ่านถึงตอนไหน..
ขอโทษด้วยนะ..แต่จะมาอ่านที่นี่ล่ะ..แล้วก็จะเม้นท์ให้ทุกครั้งที่อ่านเลย..

เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ..
#2 By Chopiter

Yohan :  คนแต่งหายไปนาน จำไม่ได้ไม่แปลกหรอกค่ะ ยังไงก็ติดตามกันต่อไป อย่าทิ้งกันนะคะ

ไอบะไม่ได้บ้านะ
#3 By akira

Yohan : แต่แกบ้าใช่มะ เจ้าอากิ

ตามมาอย่างยาวนาน
ได้อ่านต่อก็ดีใจค่ะ
ฟิกเรื่องนี้สนุกดีค่ะ น่ารักและละเอียดอ่อน
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คนแต่งเนาะ
มาต่อช้าได้แต่ห้ามหายไปน้า
อยากอ่านจนจบเลยค่ะ
#4 By GD HoLiC

Yohan : ค่า มาต่อช้า(แน่ๆ) แต่ไม่ทิ้งกันแน่นอน

เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลยค่ะ

อ่านแล้วขำกลิ้งเลยทีเดียว

พอเศร้า+ซึ้ง ก็เศร้าตามไปด้วย

เป็นกำลังใจให้นะคะ
#5 By mm

Yohan : ขอบคุณค่ะ ยังไงก็ติดตามกันต่อไปนะคะ

เพิ่งเคยได้อ่าน คลำทางมาจากฟิกบลอก
แต่น่ารักมากมาย ชอบมากครับ
โดยเฉพาะคุณหมาสองหัวกะคุณลิวจิ๋ว แหม พัฒนา ๆ
#6 By ★☆成長ありの嵐くん☆★"โตไว ๆ จะได้แข็งแรง"

Yohan : คุณหมากะคุณลิงนี่ของเค้าแรงจริงๆ โยฮันชอบโชจุน แต่ว่าแต่งคู่นี้แล้วยังติดใจเองเลยค่ะ

ว๊ากก .. คุณกระต่ายถึงกับสลบเลยหรอ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
#7 By pine

Yohan : ตอนแรกบอกไม่กลัวๆ สุดท้ายก็สลบเหมือดค่ะ เหอะๆ

เปิดมาเจอดีใจมาก ๆ เลย คิดว่าจะทิ้งกันซะแล้ว แต่ก็เข้าใจนะคะว่าคนแต่งคงจะยุ่งและก็วุ่นวายใจพอสมควรอยู่เลยไม่อยากมาทวงถาม แต่พอบอกว่ารักฟิคเรื่องนี้มากก็เบาใจนะว่าพวกเราคงจะได้เห็นตอนจบที่ทำให้มีความสุขและความทรงจำที่ดีร่วมกันนะ ขอบคุณมากนะคะ 
Smile
#8 By *+Y-i-M+*

Yohan : ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ที่เป็นกำลังใจให้ตลอด ที่ผ่านมา สำหรับฟิกทุกเรื่อง ผู้อ่านทุกคนเป็นความทรงจำที่ดีของโยฮันมาโดยตลอดค่ะ

ชอบฟิคเรื่องนี้จังเลยค่ะ

ขอมาร่วมลุ้นไปจนจบเรื่องด้วยคนนะคะ
#9 By mars

Yohan : ดีใจที่ชอบค่ะ

ชอบฟิคเรื่องนี้มาก ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ต่อค่ะ...ตัวละครน่ารักดี...
โยฮัน สู้ สู้ นะคะ
#10 By m&t

Yohan : สู้ๆค่ะ ขอบคุณนะคะ