[Fic T&T+Arashi] Pet shop Cafe' Part 7.2
posted on 28 Aug 2009 18:42 by yohanfic in PetShopสัวสดีค่ะ หายไปนาน แต่ไม่เท่าคราวที่แล้วนะ
ไปอ่านกันก่อนแล้วค่อยคุยกันค่ะ ^^
Pet shop Cafe'
ตอนที่ 7.2
ทักกี้วางหูโทรศัพท์แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะมุมในที่ลับสายตาที่สุดเพราะซึบาสะให้เหตุผลว่าผู้ชายร้องไห้ตาบวมน่าอายจะตายไปขอนั่งหลบมุมดีกว่า พวกเขาทั้งคู่เลยมานั่งตรงนี้
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปรอบๆร้านราเมงธรรมดาๆที่ร่างโปร่งแนะนำ ทำไมชามนึงมันถึงได้ถูกแสนถูกจนน่าแปลกใจ ไม่เคยเข้าร้านแบบนี้เลยหวังว่าจะอร่อยนะ
“ขอโทษนะครับที่เลือกร้านธรรมดา ไม่เหมาะกับทากิซาว่าซังเลย” ซึบาสะพูดเสียงอ่อย พอคนๆนี้ก้าวเข้ามาในร้านแล้ว เหมือนเอารูปสลักหินอ่อนมาตั้งไว้กลางโรงนาเลยเหอะๆ งั้นเค้าคงเป็นชาวนา
“ไม่เหมาะสมอะไรกัน เอาอะไรมาวัดกันซึบาสะ” คนตัวขาวยิ้ม “ขอให้อร่อย ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละ” แต่ก่อนเค้าก็คิดนะว่าร้านอาหารต้องแพงถึงจะอร่อย แต่พอได้ไปกินอาหารที่ร้านPet shop ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปเยอะ
“ได้แล้วครับ ทงคัตสึโชยุสองที่” พนักงานเสริฟที่เป็นเด็กนักเรียนม.ปลายวางชามราเมงร้อนๆท่าทางหน้ากินตรงหน้าคนทั้งคู่ “อ้อ อิมาอี้แม่แถมเกี๊ยวซ่าให้พี่คนหล่อที่มาด้วยด้วยอ่ะ” อิมาอี้ ชื่อเล่นที่เด็กหนุ่มเรียกร่างโปร่งเรียกรอยยิ้มบางๆจากทากิซาว่า ก่อนจะฉุกคิดอะไรได้เลยชี้หน้าตัวเอง
“แถมให้ผมเหรอ”
“อือ” อืม...ทักกี้พยักหน้าบางๆ ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะว่าที่เค้าหล่อน่ะเป็นเรื่องจริง
“ว้าว ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะชูเฮ” ซึบาสะยิ้มกว้าง เขามากินร้านนี้บ่อยๆจนสนิทกับคนที่ร้านไปแล้ว
“ขอบคุณมากนะครับ” ทักกี้ยิ้มพยักหน้าให้เด็กหนุ่มไปหนึ่งที ความหล่อมันสะท้อนเข้าตาจนแสบ ชูเฮยิ้มเดินกลับเข้าครัวไป
“เอาล่ะ ทานล่ะนะครับ” คนตัวขาวคว้าตะเกียบขึ้นมาหัก แล้วก็ส่งเส้นราเมงร้อนๆชุ่มน้ำซุปเข้าปาก “อะ อร่อยจัง” คนตัวขาวลองชิมชาชู “เฮ้ย นี่ก็อร่อยมากเลย เนื้อติดมันกำลังดี”
คุณแมวดำพอให้ทักกี้ท่าทางมีความสุขกับอาหารก็ยิ้มออก ความกังวลในตอนแรกหายไป
“ใช่มั้ยครับ ราเมงร้านนี้อร่อยแล้วก็ถูกมากๆเลย ทากิซาว่าซังลองกินเกี๊ยวซ่าสิครับ อันนี้น่ะเป็นเกี้ยวซ่าย่าง ร้านนี้แป้งบางกรอบ ไส้ข้างในก็อร่อยมากด้วย เวลากินนะจะได้กลิ่นหอมของถ่านที่ใช้ย่างอวลอยู่ในปาก” ร่างโปร่งคีบเกี๊ยวซ่าที่จิ้มน้ำจิ้มยื่นให้อีกฝ่าย โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่ตัวเองทำน่ะ เค้าเรียกว่า ป้อน
ทักกี้อึ้งไปกับเกี๊ยวซ่าน่ากินตรงหน้า ไม่ใช่มันดูน่าอร่อยอย่างที่ร่างโปร่งโฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ แต่เป็นเพราะร่างโปร่งเป็นคนป้อนต่างหาก
แต่มีหรือที่คุณชายทากิซาว่าจะรอช้า คนตัวขาวรีบงับเกี๊ยวซ่าที่น่ากิน(น้อยกว่าคนป้อน)เข้าปากด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
“อะ ร้อนๆๆๆ” หน้าหล่อของคุณชายสุขได้ไม่นานก็ต้องร้องเพราะความร้อนของเกี๊ยวซ่ามันน้อยซะที่ไหน แม่ของชูเฮเอาออกมาจากกระทะเมื่อกี้นี้เอง
เจ้าของตาคมตกใจรีบส่งแก้วน้ำให้อีกฝ่าย ทักกี้กลืนเกี๊ยวซ่าร้อนๆแล้วดื่มน้ำเย็นตามไป จบกันพอดี คนตัวขาวคงกินอะไรไม่อร่อยไปอีกหลายวัน
“ทากิซาว่าซัง ผมขอโทษนะครับ” ซึบาสะได้แต่พูดเสียงอ่อยด้วยความสำนึกผิด พอเห็นอย่างนั้นแล้ว ทักกี้เอ๋ย เจ็บก็เจ็บอยู่นะ แต่หัวใจมันชุ่มชื่นมีความสุขเกินขีดปรอทไปแล้ว
โอ๊ย เรื่องแค่นี้กี้ทนได้
วันต่อมาที่ร้าน Pet shop บรรยากาศไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทำไมน่ะเหรอ...
“อีก 5 นาทีร้านจะเปิดแล้ว สองคนนั้นยังไม่มาเลย” โอจังเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจ ส่วนจุนก็นั่งเงียบปล่อยรังสีอำมหิตพร้อมจะฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ออกมาตลอดเวลา ผิดกับนิโนะที่ยังทำขนมอยู่อย่างสบายใจ ทั้งที่ร้านจะเปิดอยู่แล้วแต่ว่าคุณกระต่ายกับคุณแมวยังไม่มาเลย
“หรือว่าจะโดด เฮ้อ จะโดดจะลาทำไมไม่โทรมาบอกกันก่อน” โอจังกดโทรศัพท์โทรออกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วของวัน ติดต่อทั้งสองคนไม่ได้ทังคู่
ทะเลาะกันเอามีดมาฆ่ากันไปแล้วมั้ง จุนคิดเล่นๆในใจ ตอนนี้เขากำลังโมโหพร้อมจะปะทุ เพราะว่าถ้าสองคนนั้นไม่มาทำงานจริงๆก็จะเหลือคนที่ทำงานหน้าร้านคนเดียวซึ่งก็คือเค้าเอง มันเหนื่อยน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ!
เจ้าของคิ้วเข้มมองไปทางพ่อครัวเค้กอัจฉริยะที่ยังคงทำขนมอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ร้องถามขึ้นมาอย่างหมั่นไส้
“ท่าทางนายไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเลยนะ นิโนะมิยะ คาซึนาริ” เจ้าของชื่อหันกลับมามองตามเสียงเรียก แล้วหันกลับไปทำขนมต่อ
“ก็จะยากอะไร ถ้าสองคนนั้นไม่มา วันนี้นายก็เสิร์ฟคนเดียว ก็เท่านั้น”
“อ้าว พูดง่ายนี่ นายคิดว่างานในห้องอาหารมันสบายนักเหรอ”
“ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้น แต่ว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ก็จริง...แต่ท่าทางสบายใจเกินเหตุของนายมันน่าหมั่นไส้” จุนให้เหตุผล เวลาหงุดหงิดเห็นอะไรแล้วมันก็ขวางหูขวางตาไปหมด
“โอ๊ย พวกนายสองคนอย่าเพิ่งทะเลาะกันได้มั้ย!” โอจังพูดเสียงดังจนจุนอดคิดไม่ได้ว่า...ตัวเองเป็นใครบังอาจมาขึ้นเสียงใส่เขา (ไม่กลัวหรือตกใจเลยแม้แต่น้อย) “ถ้าวันนี้ไอบะกับซึบาสะไม่มา นายต้องไปช่วยเสิร์ฟด้วยนิโนะ”
“จะบ้าเหรอซาโตชิ แล้วใครจะดูเรื่องขนม”
“ไม่บ้าเว้ย ส่วนขนมจุนก็ทำได้นิดหน่อยนี่ ตอนที่นายเป็นลมหมอที่ก็ทำแทน เอาเป็นว่าช่วยๆกันนะ ตกลงตามนี้ เอาเป็นว่าวันนี้จะให้ค่าแรงพวกนายสองเท่าละกัน มีชุดสำรองอยู่ในล็อกเกอร์ชั้น นี่กุญแจ รีบๆเปลี่ยนแล้วมาทำงานนะนิโนะ ขอตัวเองไปเปิดร้านก่อน” เจ้าของร้านหน้ากลมที่เพิ่งแสดงความเป็นเจ้าของร้านออกมาครั้งแรก วางกุญแจล็อกเกอร์บนโต๊ะก่อนจะรีบเดินไปเปิดร้าน คุณหมายิ้มหึๆแล้วเดินไปหยิบกุญแจนั้นขึ้นมาส่งให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะที่หน้าง้ำงอ
“รีบไปเปลี่ยนเสื้อเถอะครับคุณพ่อครัวเอก” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า “วันนี้ค่าแรงสองเท่านะ ไม่ดีใจเหรอ”
คำว่าค่าแรงสองเท่า ทำให้ไฟนักสู้ในกายของนิดนะมิยะ คาซึนาริลุกโชน สู้โว้ย!!!
“นายก็รีบไปประจำหน้าที่เถอะคุณหมาสองหัว ไม่ต้องเป็นห่วงชั้นหรอก”
“หึ หึ หึ หึ” ท่าทางกลั้นขำของมัตสึโมโต้จุนมันน่ารำคาญมากกว่าที่เขาหัวเราะออกมาตรงๆ แต่ความจริงนะผมคิดว่าถ้าเขาหัวเราะออกมาตรงๆผมอาจะอารมณ์เสียกว่านี้ก็ได้
“เหมาะกับนายมากเลยนะ คุณลิง” ร่างสูงพูดประชด ใช่แล้ว ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในชุดลิง ชุดลิงน่ะเข้าใจมั้ย! หูกางๆกับหางยาวๆที่ไม่เห็นว่ามันจะน่ารักตรงไหนเลย แล้วขอโทษเหอะ ลิงมันเป็นสัตว์เลี้ยงรึ? โอ้ย! อยากจะฆ่าไอ้คุณเพื่อนรักซาโตชิจริงๆ
“เฮ้ย ยืนอู้อะไรกันลูกค้าเต็มร้านแล้ว ออกไปรับออร์เดอร์” โอจังเดินออกมาสั่งทั้งสองคนที่อยู่ในห้องล็อกเกอร์
“ครับผม” จุนขานรับอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกฝ่ายที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
“เออ” โอจังยื่นหน้าเข้ามาอีกครั้ง “จะบอกว่า แต่งขึ้นนะนิโนะ เหวอ!” หลบเสื้อนอกที่นิโนะโยนมาแทบไม่ทันแน่ะ
“เฮ้ย เอาเสื้อนายโยนสิ เอาเสื้อชั้นโยนทำไม” เสียงของจุนโวยวายเมื่อนิโนะเอาเสื้อราคาแพงลิบของตนโยนใส่เจ้าของร้านหน้ากลม “เสื้อแพงนะ” จุนรีบเดินไปหยิบเสื้อของตัวเองมาแขวนตามเดิม
“เป็นคุณหมากับคุณลิงเหมือนปังคุงกับเจมส์เลย” โอจังยังมิวายยื่นหน้ามาพูดต่อ
“เฮ้ย ซาโตชิชั้นไม่ได้เป็นหมาหน้าย่นอย่างนั้นนะ” คราวนี้จุนโวยวายบ้าง อย่างเค้าต้องเป็นหมาตระกูลดีและสง่างามอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ ไม่ก็ซาลูกิ อะไรแบบนี้ต่างหาก
นิโนะได้แต่ยืนระงับอารมณ์โกรธอย่างเงียบๆ ด้วยคำว่าค่าแรงสองเท่า และแน่นอน...
งานนี้ไอบะกับอิมาอิต้องชดใช้สองเท่าด้วยเหมือนกัน เหอ เหอ เหอ เหอ
ย้อนกลับไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ทักกี้ไปส่งซึบาสะที่ห้อง ร่างโปร่งที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องคืนดีกับไอบะให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อกลับมาที่ห้องแล้วไฟยังคงปิดมืด แสดงว่าอีกฝ่ายยังไม่กลับมา
ซึบาสะนั่งรอคุณกระต่ายที่โซฟารับแขก พลางคิดไปต่างๆนานา หรือว่าไอบะจังจะเสียใจจนกลับดาวไปแล้ว หรือว่าจะโดนนักวิทยาศาสตร์จับตัวไปทดลอง หรือว่าจะอย่างโน้นหรือว่าจะอย่างนี้
“หาว~~” ซึบาสะกางมือขึ้นบิดขี้เกียจ เพราะว่าร้องไห้เยอะก็เลยรู้สึกล้า ร่างโปร่งเปลี่ยนท่านั่งเป็นนอนบนโซฟา ขอพักสักครู่คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง
...............
.........
......
...
~Koi wa surfing~
เสียงมือถือดังขึ้น ปลุกร่างโปร่งให้ตื่นจากนิทรา ตาคมของซึบาสะมองดูหมายเลขเรียกเข้า ทากิซาว่าซัง ไม่ต้องสงสัยว่ามีเบอร์ทักกี้ได้ยังไง เพราะว่าคุณชายเธอขอไปเมื่อวานนี้เรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีครับ”
“อรุณสวัสดิ์ซึบาสะ ขอโทษนะที่โทรมาเช้าขนาดนี้” คุณแมวดำที่ยังไม่ตื่นดีพยักหน้าหงึกๆก่อนจะคิดได้
เช้างั้นเหรอ?
“ทากิซาว่าซังตอนนี้กี่โมงเหรอครับ”
“เอ่อ...หกโมงครึ่งน่ะ” หกโมงเช้าแล้วเหรอเนี่ย นี่เขาเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ มองไปรอบๆตัวผ้าห่มสีฟ้าอ่อนของเขาเองห่มอยู่บนตัว ไอบะจังคงห่มให้ อะ!จริงด้วยต้องคุยกับไอบะจัง “ตอนนี้ผมอยู่หน้าห้องซึบาสะนะ” เสียงของทากิซาว่าดึงร่างโปร่งออกมาจากห้วงความคิดของตัวเอง
“หน้าห้องผมนะเหรอครับ” คุณแมวเดินไปที่ประตู มองผ่านช่องข้างหน้า จริงด้วย! มือเรียวปลดล็อคกระตูก่อนจะเปิดประตูให้อีกฝ่าย
พอประตูเปิดออกก็เห็นหน้าหล่อๆของคนตัวขาวส่งยิ้มมาให้
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ทักกี้กล่าวทักทาย
“ทากิซาว่ามาทำอะไรที่นี่ครับ” พูดพลางกดตัดสายโทรศัพท์ แล้ววางเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วไว้บนชั้นวางรองเท้าใกล้มือ
“นาฬิกาข้อมือของซึบาสะอยู่ไหนครับ ยังเก็บไว้อยู่รึเปล่า” แทนที่จะตอบแต่กลับยิงคำถามมาแทน คุณแมวดำพยักหน้าแทนคำตอบ “ถ้าอย่างนั้นไปเอามาครับ” อะไรก็ไม่รู้ทำให้ซึบาสะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหยิบนาฬิกาที่อยู่ในห้องของตัวเองมาส่งให้อีกฝ่าย
“ทากิซาว่าจะทำอะไรครับ” มือขาวของนักธุรกิจหนุ่มรับนาฬิกามาสำรวจ ก่อนจะยัดลงกระเป๋าเสื้อ
“เราจะเอานาฬิกาไปซ่อมกันครับ” ร่างโปร่งเอียงคอ ทำหน้าแมวงง
“ซ่อมที่ไหนครับ”
“อย่าเพิ่งถามเลยครับ รีบมาก่อนเถอะ” พูดยังไม่ทันจบดี ทักกี้ก็จูงมืออีกฝ่ายออกไป
“ทากิซาว่าผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย!” เสียงโวยวายของร่างโปร่งไม่มีผล ส่วนมือถือของร่างโปร่งก็ยังวางอยู่ตรงชั้นวางรองเท้านั่นเอง
“อ๊า คุณลิงน่ารักจังเลย” แม่บ้านวัยกลางคนร้องทักเมื่อเห็นนิโนะมิยะ คาซึนาริในชุดคุณลิง คนถูกชมยิ้มแห้งๆ อยากจะหายตัวไปดื้อๆ
“อะไรครับ เมื่อวานมิเอะซังยังบอกว่าคุณหมาน่ารักอยู่เลย” คุณหมาของร้านร้องโวยวายเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงกลางคนพูด
“แหมๆ ร้านนี้มีแต่พนักงานหน้าตาดีนี่นา” พูดจบก็มองเค้กที่เอามาเสิร์ฟตรงหน้า “อันนี้เค้าเรียกว่าอะไรเหรอจ๊ะ เห็นว่าสีสวยดี น่ากินก็เลยสั่งมา”
“อันนี้…”
“อันนี้เป็นบัตเตอร์เค้กชาเขียวแบบญี่ปุ่นครับ” พ่อครัวเค้กจอมอัจฉริยะแย่งคุณหมาตอบด้วยความภูมิใจ “ผมใส่ผงชาเขียวอย่างดีลงไป ได้กลิ่นชาเขียวที่อ่อนๆที่เข้ากับกลิ่นของเนยได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังผสมถั่วแดงต้มลงไปในเค้กด้วยเพื่อให้ได้สัมผัสเวลาเคี้ยว”
“อืม...หอมกลิ่นชาเขียวจริงๆด้วย ทานล่ะนะจ๊ะ” มิเอะซังกดส้อมลงไปบนเค้ก ก่อนจะส่งเค้กเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำเข้าปาก
นิโนะมิยะ คาซึนาริมองอีกฝ่ายด้วยหน้าตาที่เหมือนคนลุ้นผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย
“เป็นไงบ้างครับ”
“อร่อยมากเลยจ๊ะ”
“ยัตต้า!” เผลอกำหมัดด้วยความดีใจ แล้วหันหน้าไปยิ้มกว้าง “ขอบคุณมากครับ” ก่อนจะวิ่งเข้าหลังร้านไป
หญิงวัยกลางคนได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงงๆ
“คุณลิงนี่แปลกดีนะจ๊ะ”
“นั่นสิครับ สงสัยเพิ่งออกจากป่ามา เจอคนเยอะๆเลยตื่นคน” จุนตอบอย่างติดตลก “ผมไปทำงานก่อนนะครับ ทานให้อร่อยนะครับ” ร่างสูงค้อมตัวให้อีกฝ่ายก่อนจะผละออกมา
จุนมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนตกแต่งจานขนมอย่างมีความสุข
“นายนี่น่าอิจฉาจริงๆ” อยู่ดีๆนิโนะมิยะก็พูดออกมา ในขณะที่มือยังบรรจงบีบครีมตกแต่งขนม “ถามหน่อยสิ เวลาลูกค้ากินขนมของชั้นเค้าทำหน้าดีใจอย่างนี้ทุกคนรึเปล่า”
“อยากรู้เหรอ” คุณหมาทำหน้าเจ้าเล่ห์
“อื้อ” คุณลิงยืนยัน “ชั้นทำขนมออกมา ชั้นว่าอร่อยแต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะว่าอร่อยเหมือนอย่างที่ชั้นคิดรึเปล่า มีคนชมว่าขนมที่เราทำอะไร นั่นแหละความสุขพ่อครัวทุกคน” นิโนะพูดยิ้มๆ “ตกลงจะตอบได้ยัง”
“เหอ ทุกคนเลยเหรอ ใครจะไปจำได้ล่ะ บ้ารึเปล่า” คำตอบที่ทำให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหน้าบึ้ง แต่ในสายตาของมัตสึโมโต้ ตอนนี้นิโนะน่ารักมากๆ “แต่เท่าที่จำได้ ไม่เคยมีใครบอกว่า เค้กของ Petshop Cafe ไม่อร่อย” พอได้ยินสิ่งที่คุณหมาพูดต่อมาเท่านั้นแหละ ริมฝีปากบางของนิโนะก็ยิ้มกว้างซะ
“แถมคนทำก็น่าอร่อยมากด้วย แต่ยังไม่ได้ชิมนะเลยไม่รู้ว่าอร่อยมั้ย” คนน่ากินหันควับ มองค้อนอีกฝ่าย
“ชิมบ้าชิมบออะไร เอ้า เอานี่ไปเสิร์ฟ”
“นี่ครับ” คนตัวขาวยื่นแซนวิชกับกาแฟให้อีกฝ่าย ซึบาสะรับมาอย่างงงๆ “กินรองท้องไปก่อนนะครับ” ทากิซาว่าสำทับ
“เราจะไปไหนกันครับ”
“ก็ไปซ่อมนาฬิกาของซึบาสะไงครับ”
“ไม่ครับผมหมายถึง เราจะไปซ่อมนาฬิกาที่ไหน” คือก็รู้ครับว่าทากิซาว่าคงไม่เอาผมไปขายแน่ๆ แต่อยากรู้สถานที่ซ่อม
“นาระครับ”
“หา! ทำไมต้องไปถึงนาระด้วยครับ”
“ไปถึงแล้ว ซึบาสะก็รู้เองครับ” พูดจบเฟอรารีสีแดงก็ขับพุ่งทะยาน เป้าหมายคือนาระ เมืองแห่งกวาง!
เล็กๆไม่ เวอร์เข้าไว้เป็นทักกี้ คงจะเป็นสโลกแกนของทากิซาว่า ฮิเดอากิ
“ตกใจนะครับเนี่ย ที่มาถึงที่นี่เลย” ซึบาสะยิ้มแห้งๆเมื่อได้ยินคำพูดของคนขายนาฬิกา ใช่แล้ว คุณชายทากิซาว่าพาเขามาที่บ้านของคนขายนาฬิกา!
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มารบกวน”
“แหะๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ออกจะตกใจเหมือนกัน ตอนที่มีคนโทรมาบอกว่าเป็นเพื่อนของเค้าซื้อนาฬิกาไปแล้วทำตก แล้วผมไม่ไปขายหลายวันไปซ่อมที่ไหนก็ไม่ได้ตอนนี้ร้องห่มร้องไห้เสียใจไม่เป็นอันกินอันนอน ก็ไม่รู้ว่าไปเอาเบอร์ของผมมาจากไหน” คุณแมวดำยังคงยกยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย เขาไม่รู้หรอกนะว่าทากิซาว่าหาเบอร์มาจากไหน แต่อะไรบางอย่างบอกว่าทากิซาว่าสามารถหามาได้แน่ๆ
“ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ มีคนเห็นลูกๆของผมสำคัญอย่างนี้ ผมดีใจนะ” ช่างซ่อมนาฬิกาหนุ่มพูดพลางไขนอตตัวสุดท้าย “เอาล่ะเสร็จแล้วครับ”
“ขอบคุณมากครับ”
“เสร็จแล้วเหรอครับ” ทากิซาว่าเดินเข้ามาพอดี “ขอบคุณมากเลยนะครับ ค่าซ่อม...เท่าไหร่เหรอครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือว่าเป็นบริการพิเศษของทางร้านแล้วกัน”
“แต่ว่าผมเกรงใจ” ซึบาสะพูดอย่างที่คิด เพราะมารบกวนถึงบ้านแล้วซ่อมนาฬิกาให้ฟรีมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรจริงๆครับ”
“แต่ว่า...”
“ถ้าอย่างนั้นช่วยรับนี่ไปได้มั้ยครับ ถือซะว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ” คนตัวขาวยื่นกล่องกระดาษที่มีลวดลายสวยงามให้อีกฝ่าย “เป็นขนมมิซึมันจูของร้านเบนิคาว่า ผมซื้อมาระหว่างทางน่ะครับ”
“อา...ขอบคุณมากครับ” เจ้าบ้านรับขนมไปถือในมือ “นี่ของโปรดผมเลยล่ะ”
“งั้นเหรอครับ ดีจัง” คนตัวขาวยิ้มออร่ากระจาย “ขอบคุณมากนะครับ มารบกวนนานแล้วผมขอกลับก่อน”
“ครับ ถ้านาฬิกามีปัญหาอะไรอีกเอามาให้ผมซ่อมได้ตลอดครับ เสาร์หน้าผมก็จะกลับไปขายอย่างเดิมแล้ว”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” ซึบาสะขอบคุณอีกครั้ง ทากิซาว่าก้มโค้งให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มก่อนจากไป
“เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า ซึบ่าสะอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า” คนตัวขาวยิ้มอย่างร่าเริงเมื่อเข้ามานั่งในรถสีแดงของเขา ส่วนคุณแมวดำที่นั่งมาข้างๆนั่งนิ่งจนน่าแปลกใจ “...ซึบาสะ...”
“ทากิซาว่าทำเกินไปนะครับ”
“อ่า...” คนตัวขาวจนด้วยคำพูด
“ขอบคุณนะครับ” แต่ไม่ทันที่ทากิซาว่าจะพูดอะไรต่อ ร่างโปร่งก็แทรกขึ้นมา “ขอบคุณมากๆ”
คนหล่อระบายยิ้ม นึกว่าจะถูกคุณแมวดุซะแล้ว
“อย่าร้องไห้อีกนะครับ ซึบาสะไม่เหมาะกับน้ำตา ยิ้มเข้าไว้ๆ” ซึบาสะยิ้มกว้าง แน่นอนทากิซาว่าเห็นแล้วยิ้มกว้างยิ่งกว่า
“ผมไม่ใช่เด็กนะครับ เรื่องอะไรจะร้องไห้บ่อยๆ”
“ครับ ครับ ว่าแต่เราจะกินอะไรกันดี”
“โอย...เหนื่อยโว้ย” พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหมดแรง ค่าแรงสองเท่ามันไม่คุ้มหรอกเฟ้ย! เขาต้องการเวลาพัก!
ปกติตอนที่เปิดขายอาหารรอบเที่ยง เขาก็จะทำเค้กสำหรับช่วงบ่ายไปด้วย พอถึงตอนพักก็ได้พัก แล้วพอเปิดรอบบ่ายเขาก็จะเค้กของรอบเย็นไปด้วย พอถึงมื้อเย็นก็ไม่มีอะไรมาก อู้ได้ เล่น DS ได้อย่างสบาย ไม่ไหวแล้วเค้าอยากเล่นโปเกมอน!
แต่นี่ อะไรกัน ออกไปเสิร์ฟโดนแซว+แต๊ะอั๋งเล็กน้อย(คุณลิงเป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย) แล้วยังต้องมาทำเค้กอีก ช่วงเวลาพักระหว่างบ่ายสองโมงถึงบ่ายสามโมงเป็นอันว่าไม่ได้พัก แต่ต้องมาทำเค้ก โหดร้าย เขาจะฟ้องกรมแรงงาน!
“เป็นไง เหนื่อยมากมั้ย” แขกประจำของครัวขนมโผล่หน้าเข้ามา คุณลิงหันไปโวย
“เหนื่อยสิ แล้วนั่น จะยืนอยู่ทำไม เข้ามาช่วยชั้นสิ!” จุนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขากะอยู่แล้ว
นิโนะยื่นสมุดสูตรขนมให้ร่างสูง
“ช่วยเตรียมวัตถุดิบตามสูตรนี้ให้หน่อย ตวงให้เรียบร้อยอย่าให้ขาดเกินด้วย”
“ครับผม” จุนรับหนังสือมา แล้วจัดการเตรียมของตามสูตร ส่วนนิโนะก็ง่วนอยู่กับการทำเค้กอีกชนิดนึง ด้วยสีหน้าสุดเซ็งปนอิดโรย
“นี่ๆ ก็เข้าใจว่าเหนื่อยนะ แต่ว่าถ้าไม่ตั้งใจทำเดี๋ยวก็เสียหรอก” จุนเตือน คนบ้างานอย่างเขาไม่ยอมให้เกิดอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับร้านอย่างแน่นอน “นึกถึงตอนที่ยังไม่มีซึบาสะสิ ก็มีกันแค่นี้เหมือนกัน”
“ยังมีมาซากิอีกคน” นิโนะเถียง “ถึงมาซากิจะงี่เง่า แต่อย่างน้อยชั้นก็ไม่ต้องออกไปเสิร์ฟอย่างนี้”
“เอาน่า ชั้นก็มาช่วยนายแล้วนี่ไง ซาโตชิสิ อยู่หน้าเตาทั้งวันไม่มีคนช่วย”
“มันก็เหมือนก่อนที่อิมาอิจะมานั่นแหละ ป่านนี้คงนอนพักสบายไปแล้ว”
“ใช่ที่ไหนล่ะ ตอนนี้ซาโตชิกวาดร้านอยู่กวาดเสร็จก็ต้องมาเตรียมของสำหรับรอบเย็น”
“แต่ก็ไม่ต้องออกไปเสิร์ฟ” นิโนะยังคงยืนยัน จนจุนขี้เกียจจะสาวความยืดยาว ก็เลยเตรียมวัตถุดิบต่อออย่างเงียบๆ
“ท่าทางนายไม่ชอบงานบริการ” คุณหมาถามหลังจากผ่านไปสักพัก
“มันก็น่าดีใจนะ ที่ได้ไปเห็นปฏิกิริยาของลูกค้าที่มีต่อเค้กที่ชั้นทำแล้วก็ดีใจอยู่หรอก แต่ว่าชั้นไม่ชอบพบปะผู้คนเท่าไหร่ ขออยู่ในครัวอย่างนี้ดีกว่า” พูดพลางเอาแป้งเหลวๆสีส้มเข้าเตาอบ “มัวแต่พูดมาก นายเตรียมของเสร็จรึยัง” จุนพยักหน้าไปทางวัตถุดิบที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแทนคำตอบ
“โอ เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ เอาล่ะๆ”
“นี่นายจะทำอะไร ชีสเค้กเหรอ หรือว่าทีรามิสุ” จุนถาม เพราะว่าส่วนผสมที่นิโนะให้เตรียมมีมาสคาโปเน่ชีสอยู่ด้วย
“ไม่ใช่ๆ ทำเค้กโรล Banana Mascarpone Roll” ตอนนี้เอาง่ายๆเร็วๆ แต่ดูดีไว้ก่อน
จุนแอบขำ สงสัยเพราะคุณลิงอยากกินกล้วยเลยทำเค้กนี้ นิโนะเห็นจุนยิ้มก็ไม่ได้คิดอะไร
“ทำไมไม่ทำชีสเค้กล่ะ” คุณหมาถาม “ท่าทางไม่ยากอะไร ไม่ต้องตกแต่งมากมายด้วย”
“ชีสเค้กน่ะ อบแล้วต้องทิ้งไว้เป็นชั่วโมงเลยกว่าจะกินได้ เพราะว่าเค้กจะได้เซ็ตตัว ออกแนวว่าทำวันนี้กินพรุ่งนี้น่ะ” จุนพยักหน้า สายตายังจับจ้องอยู่ที่พ่อครัวคนเก่ง ที่ตอนนี้กำลังแยกไข่อย่างคล่องแคล่ว
“ให้ช่วยอะไรอีกมั้ย”
“อืม หั่นกล้วยให้หน่อย เสร็จแล้วก็รบกวนดูเค้กให้ด้วย ถ้าได้แล้วก็เอาออกมาเอามีดแซะรอบพิมพ์แล้วคว่ำเค้กไว้บนตะแกรงนะ เอาพิมพ์ไปล้างด้วย เสร็จแล้วก็...”
“พอแล้วๆ”
“เอ้า ถามเองนะว่าจะให้ช่วยอะไรมั้ย”
“ก็รู้ แต่เกรงใจน่ะรู้จักมั้ย คนเขามาช่วยนะ ไม่ได้มาเป็นทาส”
“ของฟรีก็ต้องเอาให้คุ้ม” นิโนะลอยหน้าลอยตาตอบ แต่คุณหมาก็ไม่ได้ว่าอะไร ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มบางๆก่อนเอากล้วยมาหั่นตามคำสั่ง
“ฮ้า!!!”
“อะไร!” จุนตกใจเกือบทำมีดบาดมือตัวเอง เมื่ออยู่ดีๆนิโนะก็ร้องออกมาเสียงดัง
พ่อครัวเค้กอัจฉริยะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกฝ่าย แววตาระยับดูชั่วร้ายอย่างบอกไม่ถูก
“คิดอะไรดีๆได้ล่ะ”
ในที่สุดซึบาสะก็กลับมาถึงห้อง
หลังจากที่โดนทักกี้ลากไปเที่ยวนู้นเที่ยวนี่จนหนำใจ(ความจริงก็ยังไม่หนำเท่าไหร่ แต่ซึบาสะยืนยันว่าเหนื่อยมากต้องการพักผ่อน คนตัวขาวถึงยอม)
ใช่ ในที่สุดวันนี้คุณแมวดำก็ไม่ได้ไปทำงาน ไม่รู้ว่าวันนี้ที่ร้านจะวุ่นวายมากมั้ย แต่ก็คงไม่มากล่ะมั้ง เพราะว่าก็แค่กลับไปเป็นเหมือนตอนที่เค้ายังไม่มาทำงานที่นั่น
คิดอย่างนี้แล้วแอบเหงาขึ้นมายังไงก็ไม่รู้
ซึบาสะส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องคืนดีกับไอบะจังก่อน
มองไปตรงที่วางรองเท้า ไม่มีรองเท้าของอีกฝ่าย อืม ถูกแล้ว ไอบะไม่เคยเก็บรองเท้าเข้าที่ แต่นั่นรองเท้าของใครกัน
มีแขกเหรอ...?
หรือว่าเมื่อเช้าตอนที่ออกไปเค้าจะลืมล็อกประตู
ขโมยรึเปล่า!?!
ร่างโปร่งค่อยๆก้าวเท้า ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ หรือว่าจะขโมยจริงๆ คิดได้อย่างนั้นเลยลองเรียกดู
“ไอบะจัง...”
“ยินดีต้อนรับสู่ โรงละครกระต่ายน้อยครับผม คุณหนูตรงนั้นมานั่งตรงนี้เลย” เสียงร่าเริงของคุณหมอทำเอาซึบาสะตกใจนิดๆ ว่าเพื่อนสนิทของคุณชายทากิซาว่ามาที่นี่ได้ยังไงและทำไม แถมห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นโรงละครเล็กๆ มีฉากทำจากกระดาษสีต่างๆแล้วก็ประดับลูกโป่งสีสดใสเต็มไปหมด
คุณหมอฟัน ส่ง Signal ให้คุณกระต่ายที่เตรียมตัวอยู่ข้างหลัง แล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น!
“แทน ทะละแลน แทนแทน แทน แทน แทน!” คุณกระต่ายพยายามทำเสียงให้น่าตื่นเต้น มือทั้งสองข้างสวมหุ่นมือที่นั่งทำกับคุณหมอทั้งคืน
โชคุงเสนอว่า ให้ทำหุ่นมือเป็นเรื่องราวเพื่อขอโทษคุณแมว ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า วิธีนี้มันจะไปได้ผลอะไร แต่คุณกระต่ายก็ตั้งใจทำตุ๊กตาอย่างสุดฝีมือ โดยมีโชคุงคอยช่วยทำอุปกรณ์ เขียนบท และกำกับการแสดง
สรุปคือ วันนี้คุณกระต่ายไม่ได้ไปที่ร้านนั่นเอง
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อืม...แต่ความจริงก็ไม่นานเท่าไหร่ คุณกระต่ายกับคุณแมวดำอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในบ้านหลังเล็กๆกลางป่า” หุ่นมือคุณกระต่ายสีชมพูและคุณแมวดำตาคมยืนโยกไปมาท่าทางมีความสุข
โชที่ทำหน้าผู้ควบคุมเสียงก็กดปุ่มเล่นซีดี BGMน่ารักเหมือนอยู่ในโลกจินตนาการก็ดังขึ้นประกอบ ส่งเสริมอารมณ์คนดูที่ออกจะยังงงนิดๆอยู่
“แล้ววันหนึ่ง อ่า...อันนี้อ่านว่าอะไรนะ...อืม...” โชที่กำลังทำหน้าภูมิใจกับความคิดของตนสะดุดทันที “โชคุง อันนี้อ่านว่าอะไรครับ” ไอบะยื่นบทให้โชที่ยืนอยู่นอกฉาก
“อันนี้อ่านว่า อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ครับไอบะจัง” โชยื่นบทคืนให้คนที่อยู่หลังฉาก ซึบาสะพยายามกลั้นยิ้ม คิดแต่ว่า แหม ช่างสมกับที่เป็นคุณกระต่ายจริงๆ
“วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น คุณกระต่ายซุ่มซ่ามกระโดดไปโดนนาฬิกาที่คุณลิงกับคุณหมาให้คุณแมวเป็นของขวัญหล่นแตก คุณแมวดำโกรธคุณกระต่ายมาก” BGM เปลี่ยนเป็นเพลงตื่นเต้นเหมือนเกิดพายุ คุณแมวดำเดินออกจากฉากไป
“คุณแมวดำใจร้ายจังเลยนะครับ คุณกระต่ายว่ามั้ย” คุณหมอโชถามคุณกระต่ายน้อยสีชมพู คุณกระต่ายส่ายหน้า
“ไม่นะ คุณแมวดำไม่ได้ใจร้าย คุณกระต่ายผิดเองต่างหาก”
“คุณกระต่ายขอโทษคุณแมวรึยังครับ”
“ก็...ขอโทษแล้ว”
“ขอโทษอีกครั้งดีมั้ยครับ”
พูดจบ ร่างโปร่งที่อยู่หลังฉากก็ค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ มือทั้งสองข้างมีหุ่นมือหน้าตาพอลึกๆแต่ก็ทำด้วยใจ ไอบะมองมาที่ซึบาสะด้วยแววตาสำนึกผิด
“ซึบะจัง ขอโทษนะ” ไอบะเว้นช่วงไปพักหนึ่ง “เราไปที่ร้านนาฬิกาแล้วปรากฏว่าเขาไม่มาขาย แล้วถ้าซื้อนาฬิกาให้ใหม่ มันก็ไม่มีนาฬิกาอะไรที่จะมาแทนที่นาฬิกาที่พังไปแล้วได้แน่ๆ เราขอโทษนะ” น้ำใสๆเริ่มไหลออกจากตาของคุณกระต่าย “ขอโทษนะ”
“ไอบะจัง อย่าร้องไห้นะ เราก็ผิดเหมือนกัน”
“ฮึก ซึบะ...จัง”
“ไอบะจังอย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวเราร้องตามนะ ฮึก” ไม่ทันขาดคำ คุณแมวก็น้ำตาไหลอีกแล้ว ทั้งคู่โผเข้ากอดกันกลม
คุณหมอโชที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนเกินซะแล้ว มองทั้งคู่แล้วยิ้ม คุณแมวกับคุณกระต่ายคืนดีกันแล้ว แอบภูมิใจในวิธีของตัวเองอยู่เงียบๆคนเดียว แล้วค่อยๆเฟดหายไป เอ้ย ค่อยออกจากห้องไปโดยไม่ให้ทั้งสองคนรู้ตัว
“ซึบะจังยังไม่นอนอีกเหรอ” ไอบะจังถามร่างโปร่งที่กำลังง่วนกับงานฝีมืออยู่ในห้องรับแขก(ที่ยังไม่ได้เก็บฉากและลูกโป่งออก ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในโลกนิทาน)
“อืม คงอีกซักพักน่ะ ไอบะจังไปนอนก่อนได้เลย” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ว่าคุณกระต่ายอยากรู้นี่นาว่าทำอะไรอยู่ เดินไปดูหน่อยนะ อะ โครม!
ไม่ลืมหกล้มหนึ่งที ไม่เสียคอนเซ็ปคุณกระต่าย ซึบาสะผละจากงานที่ทำอยู่ ไปฉุดแขนอีกฝ่ายขึ้นมา
“ขอบใจจ้า” ไอบะยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวที่ตอนนี้ไม่ปวดแล้ว “ซึบะจังทำอะไรอยู่อ่ะ”
“ก็...” ซึบาสะไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยหยิบนาฬิกาที่ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วให้อีกฝ่ายดู คุณกระต่ายเห็นแล้วตาโต
“อ๊ะ! เป็นเหมือนเดิมแล้วได้ไง ก็ร้านมันปิดไม่ใช่เหรอ แล้วซึบะจังเอาไปซ่อมที่ไหน”
“ทากิซาว่าเอาไปซ่อมให้น่ะ” หากอธิบายเรื่องราวทั้งหมดคงนาน(และเนื้อหาคงซับซ้อนเกินกว่าคุณกระต่ายจะเข้าใจ) เลยตอบไปแบบนั้น
“ทากิซาว่าไหน?” ไอบะทำหน้างง ซึบาสะยิ้มจืดๆ ลืมไปว่าสกิลการจำหน้าคนของคุณกระต่ายเป็นศูนย์
“อือ...เพื่อนของโชซังน่ะ”
“อ๋อ เพื่อนของโชคุง” ไอบะพยักหน้าช้าๆ “คนที่พาไปเลี้ยงไอติมใช่มะ”
“ใช่ ทากิซาว่าเขาเอาไปซ่อมให้ ผมเลยคิดว่าจะทำของเล็กๆน้อยๆให้ตอบแทนที่อุตส่าห์มีน้ำใจ” พูดพลางเย็บของตอบแทนที่กำลังทำอยู่ มันคือสมุดออร์แกไนซ์เล่มขนาดพอเหมาะ ที่ซึบาสะเย็บผ้ายีนส์เพื่อเป็นปก เขาไม่รู้จะหาซื้อของอะไรให้ แต่คิดว่าออร์แกไนซ์น่าจะมีประโยชน์กับนักธุรกิจอย่างทากิซาว่า(แม้เท่าที่รู้จักกัน วันๆจะไม่ทำอะไรนอกมานั่งเฝ้าเขาก็ตามเถอะ)
“อืม...” ไอบะลากเสียงในลำคอ “ความจริงต้องขอโทษอีกเรื่องนึงด้วย ขอโทษนะที่วันนี้ไม่ไปที่ร้าน”
“อ้าว วันนี้ไอบะจังก็ไม่ได้ไปที่ร้านเหรอ”
“ซึบะจังก็ไม่ได้ไปที่ร้านหรอกเหรอ” สองคนที่ไม่ได้ไปที่ร้านมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ถ้าอย่างนั้นก็เหลือคุณหมาอยู่คนเดียว ภาพจุนกำลังส่งสายตาอาฆาตมาให้ลอยขึ้นมาในความคิด คุณแมวดำและคุณกระต่ายส่ายหน้าแรงๆ
ไม่คิดต่อแล้ว...สยอง...
To Be Con...
Talk
สวัสดีค่ะ หายไปนานตามเคย ต้องขอโทษจริงๆค่ะ ปีสองเนี่ยเรียนหนักกว่าปีหนึ่งมาก หน้ามือเป็นหลังมือ แถมมีวิชาหลักคือ ID หรือวิชาออกแบบ ซึ่งมัน...อ้ากกกก วันนี้ก็ยังส่งแบบไม่ผ่านค่ะ T_T
วันนี้เป็นวันพิเศษค่ะ เป็นวันเกิดของคุณแม่Smile คุณแม่อีกคนของโยฮัน ขอให้คุณแม่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะคะ ขอบคุณนะคะที่ตามอ่านฟิกของโยฮันมาโดยตลอด
แล้วก็ผู้อ่านทุกคนท่านขอบคุณที่อ่านฟิกของโยฮันค่ะ ยังไงขออนุญาตตอบเม้นนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
สำหรับตอน 8 รอหน่อยนะคะ คาดว่าได้อ่านตอนช่วงเดือนตุลาคมค่อนข้างจะแน่นอน
ดีใจจังเลยมาต่อแล้ว อยากอ่านฟิคของโยฮันมากเลย
สงสารไอบะจังไหนจะเรื่องคุณแมวดำแล้วยังจะปวดฟันอีก
คุณหมอโชทำคนไข้สลบเลย ฮ๋าๆๆๆ
ทักกี้ รู้แล้วใช่ไหมว่าคุณแมวดำต้องการสื่อว่ายังไง
เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะ
แต่ตอนนี่ทำตัวได้น่ารักมากเลยกี้ เหมือนแม่ก็ยอมใช่ปะกี้
#1 By Sora
Yohan : คุณชายเธอกำลังเร่งทำคะแนนค่ะ เอาใจช่วยคุณชายด้วยนะคะ (ไม่น่าเชื่อว่าคำว่าเอาใจช่วยคุณชายจะออกมาจากปากของโยฮัน55)
หวัดดีจ้าคุณโยฮัน
เคยอ่านเรื่องนี้มานานแล้วแต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน..
แล้วก็อ่านไม่จบ จำไม่ได้อีกว่าอ่านถึงตอนไหน..
ขอโทษด้วยนะ..แต่จะมาอ่านที่นี่ล่ะ..แล้วก็จะเม้นท์ให้ทุกครั้งที่อ่านเลย..
เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ..
#2 By Chopiter
Yohan : คนแต่งหายไปนาน จำไม่ได้ไม่แปลกหรอกค่ะ ยังไงก็ติดตามกันต่อไป อย่าทิ้งกันนะคะ
ไอบะไม่ได้บ้านะ
#3 By akira
Yohan : แต่แกบ้าใช่มะ เจ้าอากิ
ตามมาอย่างยาวนาน
ได้อ่านต่อก็ดีใจค่ะ
ฟิกเรื่องนี้สนุกดีค่ะ น่ารักและละเอียดอ่อน
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คนแต่งเนาะ
มาต่อช้าได้แต่ห้ามหายไปน้า
อยากอ่านจนจบเลยค่ะ
#4 By GD HoLiC
Yohan : ค่า มาต่อช้า(แน่ๆ) แต่ไม่ทิ้งกันแน่นอน
เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลยค่ะ
อ่านแล้วขำกลิ้งเลยทีเดียว
พอเศร้า+ซึ้ง ก็เศร้าตามไปด้วย
เป็นกำลังใจให้นะคะ
#5 By mm
Yohan : ขอบคุณค่ะ ยังไงก็ติดตามกันต่อไปนะคะ
เพิ่งเคยได้อ่าน คลำทางมาจากฟิกบลอก
แต่น่ารักมากมาย ชอบมากครับ
โดยเฉพาะคุณหมาสองหัวกะคุณลิวจิ๋ว แหม พัฒนา ๆ
#6 By ★☆成長ありの嵐くん☆★"โตไว ๆ จะได้แข็งแรง"
Yohan : คุณหมากะคุณลิงนี่ของเค้าแรงจริงๆ โยฮันชอบโชจุน แต่ว่าแต่งคู่นี้แล้วยังติดใจเองเลยค่ะ
ว๊ากก .. คุณกระต่ายถึงกับสลบเลยหรอ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
#7 By pine
Yohan : ตอนแรกบอกไม่กลัวๆ สุดท้ายก็สลบเหมือดค่ะ เหอะๆ
เปิดมาเจอดีใจมาก ๆ เลย คิดว่าจะทิ้งกันซะแล้ว แต่ก็เข้าใจนะคะว่าคนแต่งคงจะยุ่งและก็วุ่นวายใจพอสมควรอยู่เลยไม่อยากมาทวงถาม แต่พอบอกว่ารักฟิคเรื่องนี้มากก็เบาใจนะว่าพวกเราคงจะได้เห็นตอนจบที่ทำให้มีความสุขและความทรงจำที่ดีร่วมกันนะ ขอบคุณมากนะคะ
Smile
#8 By *+Y-i-M+*
Yohan : ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ที่เป็นกำลังใจให้ตลอด ที่ผ่านมา สำหรับฟิกทุกเรื่อง ผู้อ่านทุกคนเป็นความทรงจำที่ดีของโยฮันมาโดยตลอดค่ะ
ชอบฟิคเรื่องนี้จังเลยค่ะ
ขอมาร่วมลุ้นไปจนจบเรื่องด้วยคนนะคะ
#9 By mars
Yohan : ดีใจที่ชอบค่ะ
ชอบฟิคเรื่องนี้มาก ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ต่อค่ะ...ตัวละครน่ารักดี...
โยฮัน สู้ สู้ นะคะ
#10 By m&t
Yohan : สู้ๆค่ะ ขอบคุณนะคะ