Pet shop Cafe' ตอนที่ 8.1
posted on 29 Mar 2010 13:26 by yohanfic in PetShop



ก่อนจะเข้าเรื่อง วันนี้ 29/03 วันเกิดของนายทากิซาว่า ฮิเดอากิ ถ้าทุกคนยังจำได้ เขาเป็นพระเอกฟิกเรื่องนี้ 55ขออวยพระให้ทากิซาว่า มีความสุขมากๆนะ มีงานคู่ออกมาให้แฟนๆชื่นใจ รวยๆ ดังๆ นะ ถึงฉันจะกลั่นแกล้งด้วยวาจาและฟิก แต่ลึกๆแล้วฉันคงรักแกล่ะมั้ง
เรื่อง Pet shop Café
ตอนที่ 8
สวัสดีครับทุกคนผมนิโนะมิยะ คาซึนาริ พ่อครัวเค้กอัจฉริยะแห่งร้านอาหารกึ่งเบเกอรี่ชื่อดัง Pet shop Café อ๊ะ ไม่ใช่สิ พ่อครัวเค้กอัจฉริยะของโตเกียว เอ ผมว่ายังน้อยไป พ่อครัวเค้กอัจฉริยะของญี่ปุ่น!
อืม...ทุกๆคนคงจะรู้จักชีสเค้กใช่มั้ยครับ ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงชีสเค้ก ทุกคนก็จะนึกถึง Blueberry cheese cake ชีสเค้กเนื้อเนียนสีขาวนวล บนฐานแครกเกอร์หอมเนย ราดด้วยบลูเบอรรี่ลูกโตๆฉ่ำเยิ้ม อยากกินแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ชีสเค้กไม่ได้มีแค่นั้นนะครับ วันนี้ผมจะมาอธิบายเกี่ยวกับชีสเค้กให้ฟัง
อะแฮ่มๆ ชีสเค้กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆครับ คือแบบไม่อบและแบบอบ แบบไม่อบก็ตรงตัวเลยครับ คือไม่ได้เอาไปอบด้วยความร้อน ชีสเค้กจะอยู่ตัวได้ด้วยเจลาติน (หรือจะไม่ใส่ก็ได้นะครับ แต่จะละลายเร็วหน่อย) ชีสเค้กประเภทนี้ก็อย่างเช่น Blueberry cheese cake ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี
ส่วนชีสเค้กแบบอบ แบ่งได้อีก 2 แบบครับ แบบแรกจะเป็นพวกเนื้อเบา เนื้อจะคล้ายๆชิฟฟอนแต่เนื้อเค้กจะชุ่มชื้นกว่า มีรสของชีสติดอยู่ที่ปลายลิ้น รสชาติเบาๆ หยิบกินได้เรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หมดก้อนแล้วนั่นแหละครับ ส่วนอีกแบบนึง คือแบบเนื้อแน่น ชีสเค้กประเภทนี้เนื้อก็จะแน่นสมชื่อเลยล่ะ เพราะว่าส่วนผสมของไข่น้อยกว่าและไม่มีการใส่ผงฟูลงไป ชีสเค้กประเภทนี้ ก็อย่างเช่นพวก White Chocolate cheese cake ชีสเค้กยอดนิยม ที่อร่อยจนทำให้สาวๆหลายคนลืมอ้วน เนื้อเค้กสีเหลืองนวลที่ได้จากการผสมกันอย่างลงตัวของครีมชีสกับWhite chocolate บนฐานโอรีโอสีดำตัดกัน แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีมและ White Chocolate ขูด ให้อิมเมจเหมือนเจ้าชายรูปงามที่สาวๆหลายคนต้องมาสยบให้ เหมือนกับใครบางคนที่ผมรู้จัก ดวงตาคมที่บาดใครมาแล้วนักต่อนัก แต่อย่าคิดว่าจะหวานเพียงอย่างเดียว กลับมีรสเปรี้ยวนิดๆเหมือนวาจาเชือดเฉือนชนิดสุนัขยังต้องแพ้(แต่ผมไม่แพ้นะ!) ฮึ่ย! อย่าไปพูดถึงคนคนนั้นเลยครับ อะไรนะ คนไหนเหรอ ไปคิดกันเอาเองสิ! โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบ Dark Chocolate cheese cake มากกว่า ชีสเค้กสีเข้ม รสชาติขมหน่อยๆ ตกแต่งด้วยบราวนี่ชิ้นเล็กๆราดชอกโกแลตซอส กินแล้วได้อิมเมจผู้ใหญ่กว่ากันตั้งเยอะ
ส่วนใหญ่ ที่ร้านของผม(อะไรนะครับ ของโอจังเหรอ ไม่เคยได้ยินเหรอครับ ของเพื่อนก็เหมือนของเรา) จะมีเมนูชีสเค้กเพียง 1 เมนูต่อวันครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่าครีมชีสมันแพงไงล่ะครับ ชีสเค้กหนึ่งเมนู ทางร้านก็ใช้วันละ 6-10 ก้อนแล้ว และแน่นอนว่าชีสเค้กเนี่ยเป็นสิ่งที่จะหมดเป็นอันดับแรกในบรรดาขนมทั้งหลาย ก็สาวๆทั้งหลายชอบชีสเค้กนี่ครับ โดยเฉพาะชีสเค้กที่ผมทำน่ะ อร่อยสุดๆเลยล่ะขอบอก
ออกจะเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ ที่ในแต่ละวันPet shop Caféจะมีชีสเค้กเพียง 1 เมนู แต่เนื่องจาก วันนี้ผมได้มาพูดเปิดเรื่อง ดังนั้น ผมมีข่าวดีจะมาบอกทุกคนครับ
Pet shop Café จัดเทศกาลชีสเค้กครับ!
ใช้ครีมชีสเป็นร้อยก้อนอย่างไม่ขี้เหนียว เชิญทุกท่านพบกันพาเหรดชีสเค้ก ไม่ว่าจะเป็น Blueberry cheese cake สูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อเนียนแทบจะละลายในปาก กับซอสบลูเบอรี่ที่ผมสุดแสนจะนำเสนอ White Chocolate Cheese cakeเจ้าชายสีขาวที่ทำสาวๆลืมอ้วน มาคู่กับ Dark Chocolate cheese cake เจ้าชายสีดำรสชาติเข้มเต็มรสชีสและชอกโกแลต หรือจะเป็น New York cheese cake แบบดั้งเดิม ถ้าอยากได้รสชาติแบบผู้ใหญ่หน่อยขอแนะนำนี่ครับ Cappuccino cheese cake ชีสเค้กที่หอมกลิ่นกาแฟ หรือจะเป็น Oreo cheese cake ต้องยอมรับจริงๆว่า ไอ้คุกกี้ถ่านนี่มันเข้ากับขนมประเภทนมๆชีสๆอย่างนี้จริงๆ จะแอบรักสุขภาพ เราก็มีชีสเค้กฟักทองมาให้ลองกันนะครับ หรือว่าถ้าไม่ชอบแบบเนื้อแน่น เราก็มีชีสเค้กแบบเนื้อเบาๆ มาให้ลองหลายรสชาติไม่ว่าจะเป็น รสดั้งเดิม รสกาแฟ รสชาเขียว เนื้อเบาฟู แต่ชุ่มฉ่ำ อืม...ขอบอกว่าชิ้นเดียวไม่พอครับ
นอกจากนี้ยังมีชีสเค้กแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบานอฟฟี่ชีสเค้ก ที่จับเอาบานอฟฟี่พายกับชีสเค้กมารวมกันอย่างลงตัว ทีรามิสุ รสชาติอิตาลีแท้ๆ จากมาสคาโปเน่ชีสอย่างดี คุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มไปด้วยกาแฟหอมเข้มสลับกับชั้นครีมหวานมัน บราวนี่ชีสเค้กที่รวมเอาความอร่อยทั้งบราวนี่และชีส หรือจะลองไอศกรีมครีมชีสสูตรเด็ดของทางร้าน ขอรับประกันว่าอร่อยไม่แพ้ไอศกรีมรสอื่นๆแน่นอน นอกจากนี้ยังมีชีสเค้กอีกหลากหลายชนิดยกขบวนมาให้ลิ้มลอง เอ่อ...ปาดน้ำลายนิดนึงครับ น้ำลายไหลแล้ว
ชีสเค้กพวกเนื้อแน่นน่ะ ทานไปได้ไม่กี่คำก็อิ่มซะแล้ว คงจะคิดใช่มั้ยครับว่า ถึงยังไงก็ทานได้แค่ชิ้นเดียวอยู่ดี อัจฉริยะอย่างผมไม่ลืมคิดเรื่องนี้หรอกครับ เพราะชีสเค้กทุกชิ้นของวันนี้ จะเป็นขนาดมินิ ไซส์กำลังน่ารักน่าหม่ำ กินได้หลายรสแน่นอน
อย่าพลาดนะครับ เทศกาลดีๆอย่างนี้มีไม่บ่อย สาวๆที่รักครับ โยนเรื่องความอ้วนทิ้งไปก่อนแล้วมากันเยอะๆ ขอรับประกันด้วยเกียรติของพ่อครัวเค้กอัจฉริยะ นิโนะมิยะ คาซึนาริ คนนี้ว่า อร่อยทุกอย่าง!
คุณแมวดำมองผลงานที่บรรจงทำจนแทบไม่ได้นอน
สมุดออร์แกไนซ์ปกผ้ายีนส์ที่เขาบรรจงเย็บเองกับมือ
ร่างโปร่งตั้งใจทำของขวัญของขวัญชิ้นนี้ให้กับคุณชายทากิซาว่า เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของอีกฝ่าย ก่อนจะได้สมุดเล่มนี้ออกมา ซึบาสะก็คิดแล้วคิดอีก ว่าจะให้อะไรกับคุณชายดี ผู้ชายที่มีทุกอย่างในชีวิตอย่างนั้น ของขวัญอะไรจะเหมาะสม ปากกายี่ห้อแพงก็เกินกำลังเขาไปหน่อย เนคไท เสื้อ เข็มขัด ปกติที่เห็นอีกฝ่ายใช้อยู่ราคาล้วนไม่ธรรมดา ของต่างประเทศแพงจับใจทั้งนั้น(ท่าทางจะสั่งตัดด้วยนะ เพราะว่าหุ่นคุณเธอไม่ค่อยมาตรฐาน) ครั้นเขาจะเย็บเสื้อหรือเนคไทให้ก็ไม่เหมาะแน่ๆ ดังนั้นเลยสรุปว่าเป็นสมุดออร์แกไนซ์ท่าจะมีประโยชน์กับอีกฝ่ายมากที่สุด
คุณแมวดำ ยิ้มพอใจกับลายปักรูปปีก ที่มีชื่อของเขาต่อข้างท้ายเหมือนเป็นเครื่องหมายการค้า อย่างพอใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าทากิซาว่าจะชอบของขวัญของเขามั้ย...
อย่าคิดในแง่ร้ายสิ! แม่ของเขาเคยบอกว่าของที่ทำด้วยใจ ดูดีเสมอ เพราะว่ามีใจของคนทำอยู่ในนั้นเต็มไปหมด คนรับต้องพอใจแน่ๆ
ร่างโปร่งคิดได้อย่างนั้นก็เอาสมุดใส่กระเป๋าก่อนจะลุกไปอาบน้ำ หารู้ไม่ว่า ถึงจะเป็นกระดาษทิชชู่ที่สั่งน้ำมูกจนเหี่ยว หรือหมากฝรั่งเคี้ยวแล้ว ถ้าเป็นของที่ได้จากร่างโปร่งตาคมคนนี้ ทากิซาว่าก็จะเก็บไว้ราวกับแก้วสูงค่าไม่ปาน
โอโนะ ซาโตชิ เจ้าของร้านหน้ากลมมาเปิดร้านตามปกติ วันนี้รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวกำลังพยายามคิดว่ารู้สึกไปเอง หรือขอให้ลางสังหรณ์นี้มันผิดไปซะ
“โอจังอรุณสวัสดิ์!” เสียงทักมายของคุณกระต่ายดังมาก่อนตัว มาซากิมาพร้อมกับซึบาสะ คืนดีกันแล้วสินะคู่นี้ เห็นอย่างนี้แล้วก็ดีใจ แต่ว่ายังไงก็ต้องวางมาดเจ้าของร้านสุดโหด เพื่อต่อว่าเรื่องเหตุการณ์เมื่อวานหน่อย
“เมื่อวานหนีงานไปไหนมาทั้งคู่เลย”
“อ่า...”
“ขอโทษนะครับที่เมื่อวานทำให้เดือดร้อน” คุณแมวดำมารยาทดีออกตัวขอโทษก่อน “เรื่องมันยาวน่ะครับ ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วย ไอบะจังก็ขอโทษด้วยสิ”
“ขอโทษนะโอจัง คุณกระต่ายผิดไปแล้ว ยกโทษให้คุณกระต่ายด้วยน้า”
“อืมๆ วันหลังจะหยุดหรือมีธุระอะไรก็บอกกันด้วยนะ แล้วก็ลงโทษที่โดดงาน ตัดค่าแรง 2 วัน”
“อะไรกัน! หยุดไปวันเดียวก็ตัดค่าแรงวันเดียวสิ โอจัง!โหดร้าย คุณกระต่ายจะฟ้องกรมแรงงาน” ไอบะโวยวาย
“ก็...จุนบอกว่าให้ลงโทษให้หนักนี่นา” เมื่อวานคุณหมากระชากคอเสื้อเขาก่อนจะแยกเขี้ยวขู่ บรื๋อ~ คิดแล้วสยอง
“ไม่เอาๆ ไม่ยอมรับ ตัดค่าแรงแค่วันเดียวพอ เข้าใจมั้ยโอจัง” คุณกระต่ายพูดตัดบท ก่อนจะเดินเข้าร้านไป ซึบาสะส่งยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินตามไอบะเข้าร้านไป
โอโนะกระพริบตาปริบๆ มองตาม นี่เขาเป็นเจ้าของร้านใช่มั้ยเนี่ย
“ทำไมจุนกับคาซึยังไม่มาอีกล่ะเนี่ย” คุณกระต่ายที่อยู่ในเครื่องแบบติดหูกับหางเรียบร้อยแล้วบ่นอุบ เมื่อยังไม่เห็นวี่แววของเพื่อนร่วมงานอีกสองคน
“นั่นสิครับโอโนะซัง นี่ก็ใกล้เวลาร้านเปิดแล้วนะครับ” โอโนะเดินไปเดินมา เครียดอย่างกับเสือติดจั่น ลางสังหรณ์มันสั่งให้เขาเดินไปที่ห้องทำขนม และที่นั่นเขาก็ได้พบกับ...
กระดาษหนึ่งใบ
‘เหนื่อย วันนี้หยุด แต่ไม่ต้องห่วงทำเค้กไว้แล้ว เป็นชีสเค้ก นอนจำศีลอยู่ในตู้เย็น’ พออ่านประโยคนี้จบโอโนะก็เปิดตู้เย็นดู ข้างในนั้นเป็นสารพัดชีสเค้กเรียงรายอยู่ ‘ใช้ครีมชีสไปร้อยกว่าก้อนเอง อย่าบ่นเลยนะ จะจัดเป็นเทศกาลชีสเค้กก็ได้ ส่วนเรื่องตกแต่งอยู่ในสมุดที่วางไว้ รบกวนอิมาอิด้วยแล้วกัน ไม่ต้องสวยมากก็ได้ รู้อยู่ว่าทำไม่ได้หรอก รักนะ จากนิโนะมิยะ คาซึนาริ ปล.มัตสึโมโต้ก็หยุดด้วยนะ เมื่อวานมาช่วยทำเค้ก เหนื่อยเหมือนกัน’
“มีอะไรรึเปล่าครับ” ซึบาสะที่เดินตามเข้ามาถาม เมื่อเห็นว่าโอโนะยืนนิ่งไป อีกฝ่ายจึงยื่นกระดาษให้อ่านแทนคำตอบ ร่างโปร่งรับมาอ่านแล้วก็เข้าใจ
“แล้วนี่จะทำยังไงดีครับ”
“จะทำอะไร ก็ต้องไปเปิดร้านสิ! วันนี้ต้องฝากเรื่องของหวานกับนายด้วยนะซึบาสะ ส่วนไอบะ...อย่าสร้างปัญหาเป็นพอ”
“ครับ” ร่างโปร่งรับคำแล้วเดินออกไป
ไอ้พวกนั้นมันเหนื่อยวันเดียว แต่นี่เค้าเหนื่อยสองวันเลยนะเฟ้ย!
ร่างเล็กๆของนิโนะมิยะ คาซึนาริ นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่เตียง ความเหนื่อยล้าทำให้พ่อครัวเค้กอัจฉริยะคนนี้ไม่ตื่น ทั้งที่ตามปกติ ถึงไม่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก็จะตื่นตามเวลาทุกครั้ง
ออด~
ใครมากดออดแต่เช้าเนี่ย!
คิดอย่างนั้น แต่ก็ไม่คิดจะไปเปิดเลยแม้แต่น้อย
ออด~~~
...อยากกด กดไป...
ออด~~~~~~~~~~ออด ออด ออด ออด ออด~~~~~~~~~~~~~~
“โว้ย จะบ้ารึไง!” อย่าให้รู้นะว่าใครที่ไหนมาแกล้ง เดี๋ยวด่าเปิงเลย! นิโนะเดินปึงปังมาที่ประตูอย่างอารมณ์เสีย พอเปิดประตูออกก็...
“อรุณสวัสดิ์ วันนี้หยุด ไปเที่ยวกันดีกว่า”
ปัง! ปิดประตูแทบไม่ทัน ก็คนที่มากดออดก่อกวนเขาแต่เช้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณหมาสุดหล่อแห่งร้านPet shop Café มาในชุดสุดเกย์เหมือนทุกวัน กางเกงขาเดฟสีม่วงกับเสื้อคอวีลึกมาถึงครึ่งอกพร้อมกระเป๋าหนังราคาแพงเป็นออปชั่น
ออด~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ออด ออด ออด ออด ออด ออด
“โว้ย!” เปิดประตูออกไปอีกครั้ง “จะบ้ารึไงเดี๋ยวห้องข้างๆก็ออกมาด่าหรอก”
“ก็คุณลิงปิดประตูใส่คุณหมาทำไมล่ะ”
“โว้ย! อย่ามาเรียกชั้นว่าคุณลิงนะ!”
“ทำไมอ่ะ ก็จะเรียก คุณลิง คุณลิง คุณลิง คุณลิง” ไวเท่าความคิด นิโนะรีบลากไอ้คุณหมาที่มาเห่าหน้าห้องแต่เช้าเข้าห้องทันที ก่อนที่ข้างๆจะปิดประตูออกมาด่าบรรพบุรุษของเค้า
“แหม ไวไฟนะคุณลิง ลากผู้ชายเข้าห้องตัวเองแต่เช้าเลย”
“ไวไฟบ้าอะไรล่ะ” นิโนะปิดประตูห้องก่อนหันมาแว๊ดใส่ แขกไม่ได้รับเชิญ “มาทำบ้าอะไรแต่เช้า รู้มั้ยว่าเห็นคิ้วหนาๆของนายแต่เช้าเนี่ย มันหงุดหงิด”
“ก็วันนี้วันหยุดนี่นา ก็เลยจะชวนออกไปเที่ยว คิดจะนอนอุดอู้อยู่ทั้งวันรึไง เสียดายวันหยุดเปล่าๆ”
“นี่ถามจริงนายไม่เหนื่อยรึไง เมื่อวานนี้ก็ทำขนมจนถึงเที่ยงคืนกว่า แถมเสิร์ฟทั้งวัน” พูดไปพูดมาชักจะหน้ามืด นิโนะเซติดกำแพง แต่ว่าคุณหมาสุดหล่อมาช่วยพยุงไว้
“ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็อย่างนี้แหละ”
“ใครไม่ได้ออกกำลังกายกัน เห็นอย่างนี้ก็เหอะ ช่วงนี้ชั้นเล่น Wii ทุกวันเลยนะจะบอกให้ อีกอย่าง ชั้นน่ะไม่ใช่ชนชั้นแรงงานอย่างนายนี่ จะไปถึกสู้ได้ยังไง” จุนไม่รู้หรอกว่าไอ้เกม Wii เนี่ยมันจะช่วยให้ออกกำลังได้มากแค่ไหน แต่ว่าคงไม่เท่ากับการไปฟิตเนสของเขาแน่นอน ที่ร่างบางหน้ามืดอยู่ในอ้อมกอดเค้าโดยไม่โวยวายเนี่ยก็เป็นหลักฐาน
“โอเคๆ ไม่เถียงนายแล้ว” ช้อนคนตัวเล็กขึ้นอุ้มเหมือนอุ้มเจ้าสาวเข้าหอ คนถูกอุ้มมีหรือจะไม่โวยวาย
“เฮ้ย จะทำบ้าอะไรปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ!”
“ปล่อยน่ะปล่อยแน่ แต่ว่าไม่ใช่ตรงนี้ นี่นายกินข้าวบ้างรึเปล่าเนี่ย ตัวเบาหวิวเลย” นิโนะพยายามดิ้น หารู้ไม่ว่าดิ้นไปก็เท่านั้น เหมือนเป่าลมใส่หน้าผา ยังไงก็ไม่กระเทือน
“เอ้า!” จุนวางนิโนะลงที่เตียง หรือจะเรียกให้ถูกต้องกว่านี้ คือโยนนิโนะลงที่เตียง
“เจ็บนะ กระดูกหักขึ้นมาจะทำยะ...” คำพูดสุดท้ายถูกกลืนลงไปในลำคอ เพราะหน้าของคนที่เพิ่งโยนเขามาเมื่อกี้มาอยู่ใกล้จนลมหายใจร้อนๆของอีกฝ่ายกระทบหน้าของเขา
“เฮ้ย!” ร้องตกใจเมื่อคุณหมาของร้านคว้าหมับมาที่ไหล่ของเขา กำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่สายตาที่จริงจังทำเอาพ่อครัวเค้กอัจฉริยะกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่หลับตาปี๋
“เอาล่ะ เมื่อยตรงไหน”
“เอ๋” ลืมตามองอีกฝ่ายที่ตอนนี้อยู่ข้างหลังเขาเรียบร้อย มือทั้งสองข้างของจุนก็วางอยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขา เรียกได้ว่าอยู่ในท่าเตรียมนวด
“เมื่อยตรงไหนว่ามา จะนวดให้”
“ตรงไหล่” สิ้นคำ มือใหญ่ของอีกฝ่ายก็ออกแรงกด ทันที
“เป็นไง แรงไปมั้ย”
“ไม่ อือ สบายจัง” ต้องขอสงบศึกชั่วคราว เพราะ...อา...สบายจัง
“ขอโทษค่ะ ร้านเปิดกี่โมงเหรอคะ” เด็กสาว ท่าทางจะเป็นสาวมหาลัย ถามเจ้าของร้านหน้ากลมที่เดินออกไปเขียนป้ายหน้าร้าน
“รอบอาหารเที่ยงเปิดตอน ครับ ส่วนคาเฟ่รอบบ่าย เปิดตอน แต่ว่า รอบอาหารเที่ยงก็สั่งขนมได้นะครับ” ตอบไปพร้อมรอยยิ้ม
“จะมากินแน่นอนค่ะ วันนี้มีเทศกาลชีสเค้กใช่มั้ยคะ ชั้นกับเพื่อนชอบกินมากเลย ไม่พลาดแน่นอนค่ะ” โอโนะอึ้งไป หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะมีพลังจิต สามารถอ่านใจ รู้ได้ว่ามันนี้มีชีสเค้ก!
“อ่า...ขอโทษนะครับ รู้ได้ไงครับว่าวันนี้มีชีสเค้ก”
“ก็เจอใน internet น่ะค่ะ ในเว็บไซต์ที่แนะนำร้านอาหาร เค้าบอกว่าวันนี้มีเทศกาลชีสเค้ก”
“อ้อ สงสัยพ่อครัวเค้กของเราจะเอาโพสต์ไว้น่ะครับ ยังไงก็อย่าลืมมาทานนะครับ” ยิ้มส่งลูกค้าสาวคนนั้นจนลับตา
แม่เจ้า!!! นิโนะมิยะ เพื่อนรัก เอาไปโพสต์ลงใน internet ปกติร้านที่คนเยอะอยู่แล้ว วันนี้คงได้ระเบิดเพราะลูกค้าไหลมาเทมาแน่ๆ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว อ๊ากกกกก
โอโนะจำต้องเขียนบนป้ายหน้าร้านว่า วันนี้มีเทศกาลชีสเค้ก เพราะยังไงก็ปิดไม่ได้อยู่แล้ว
นี่ใครริอาจไปเป็นศัตรูกับนิโนะมิยะ คาซึนาริ คงต้องคิดหนักหน่อยแล้ว เพราะคุณเธอช่างร้ายกาจ
...อ้อ...นี่ขนาดเพื่อนนะเนี่ย...
จุนมองคนตัวเล็กที่นอนหลับน้ำลายยืดไปเพราะฝีมือการนวดของเขาก็ยิ้มขำ นี่เหนื่อยมากหรือว่าเขาฝีมือดีจนเคลิ้มกันเนี่ย
“นิโนะมิยะ”
“...”
จุนเรียกเบาๆ แต่คนตรงหน้าก็ยังไม่ตื่น
“นิโนะมิยะ คาซึนาริ”
“...”
คราวนี้เรียกพร้อมเขย่า แต่ก็ยงไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
“คุณลิง” คราวนี้ไม่เรียกเปล่าแต่จี้เอวด้วย คนตัวเล็กสะดุ้งตื่น
“เฮ้ย! อ๊า ไม่เอา หยุดเดี๋ยวนี้!”
“หมั่นไส้ คนอื่นนวดให้มาหลับเฉย”
“ก็...ก็มันเหนื่อยนี่นา” ความจริงแล้วเป็นเพราะ นวดดีจนเคลิ้ม แต่ไม่พูดให้เสียฟอร์มหรอก
“...”
“ก็นายนวดดี” โว้ย! พูดก็ได้ฟะ “นวดต่อนะ นวดต่อเถอะนะ ตรงหลังเนี่ยยังปวดอยู่เลยอ่ะ”
“ไม่เอา ไม่นวดแล้ว เบื่อ เหม็นคนไม่อาบน้ำด้วย” มันก็จริงอยู่ที่เค้ายังไม่ได้อาบน้ำ แต่มันก็ไม่ได้เหม็นนะเฟ้ย!
“ตามใจ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญกลับไปได้ หมดประโยชน์แล้ว” พอสิ้นคำ จุนก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที เสียงปิดประตูดังปัง ย้ำเตือนให้คนตัวเล็กรู้ว่าอีกฝ่ายได้ออกไปแล้ว
เหอะ เดี๋ยวก็กลับเข้ามา เชื่อสิ
...
...
...
เฮ้ย นี่ไปจริงๆเหรอ อย่ามาล้อเล่นนะ!
นิโนะเดินไปเปิดประตู หันซ้ายไม่มีเงาแมวซักตัว แต่พอหันขวา ก็เจอคุณหมาหน้าหล่อยืนสลอนอยู่ คนตัวสูงส่งยิ้มหวานกระชากใจให้ แต่มันทวีความหงุดหงิดให้เขามากขึ้น
หนอย....(แสร้ง)ปึงปังเดินกลับไปเมื่อกี้ ไอ้แววตาเหมือนรู้ทันนั่นมันทำให้เค้าอารมณ์เสียสุดๆ ท่าทางกลั้นตัวเราะเต็มที่ กับคิ้วหนาๆนั่นก็ด้วย! (เกี่ยว...?)
“โอ๊ะ โอ๋ ท่านเสนาธิการเสียหน้าซะแล้ว” เสนาธิการบ้าบออะไรล่ะ! นิโนะรีบปิดประตูแต่ว่าร่างสูงกลับแทรกตัวเข้ามาได้ทัน
“จะเข้ามาทำไมมิทราบ” คนตัวเล็กแว้ดใส่
“แหมๆ นึกว่าจะเปิดประตูออกไปเร็วกว่านี้ซะอีก” ไม่ใช่ว่าสะใจที่เห็นหน้าตากลั้นอารมณ์โกรธจากความพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย จุนรู้สึกว่ามัน น่ารัก มากกว่า “มานวดต่อๆ อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากนวดขึ้นมา”
“...อะไร...” สีหน้าโกรธที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเงยขึ้น นิโนะเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลของอีกฝ่ายที่อยู่ข้างประตูยื่นให้ “อย่าเข้าใจผิด แค่ไม่อยากถือกระเป๋าของนายไปคืนให้ที่ร้านเท่านั้น ได้กระเป๋าคืนแล้วก็รีบๆไป ล็อคประตูให้ด้วย ชั้นจะไปอาบน้ำ” พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตูดังปัง ทิ้งให้คุณหมายืนงง
เรื่องอะไรจะแพ้ล่ะ สมน้ำหน้า จะชนะนิโนะมิยะคนนี้ รอไปอีกร้อยล้านปีเถอะ!
นี่คงเป็นผลกรรมที่เค้าชอบโดดงานใช่มั้ยเนี่ย!
หมอฟันสุดหล่อ อยากเป็นลมเมื่อเห็นรายชื่อคนไข้ที่นัดไว้ของวันนี้
“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นค่ะคุณหมอ นึกถึงตอนที่อยู่ดีๆคุณหมอวิ่งออกไปสิคะ ดิฉันต้องขอโทษคนไข้ บางรายก็เข้าใจ บางรายก็อารมณ์เสีย คุณหมอเคยนึกถึงคนไข้มั้ยคะ บางรายต้องลางานมา บางรายก็มาจากที่ไกลๆ แต่ปรากฏว่าคุณหมอที่นัดไว้กลับไม่อยู่ ดิฉันต้องตามคุณหมอโทมะมา คุณหมอโทมะก็น่ารักนะคะ มาทุกครั้งเลย ทั้งๆที่เป็นวันหยุดของคุณหมอ เป็นเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวหรือคนรักแท้ๆ แล้วยังมีอีกนะคะ…”
“พอแล้วครับ พอแล้วครับ” ว่าซะจนเค้าอยากเกิดใหม่เป็นหนอนเลย งื้อ เจ็บปวดอย่างรุนแรง “วันนี้ผมจะตั้งใจทำงานครับผม!” ตะเบ๊ะโชว์ความมุ่งมั่น
“ไม่ใช่แค่วันนี้ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวยื่นกระดาษปึกใหญ่ให้อีกฝ่าย “นี่คือตารางงานของ3 วันนี้ค่ะ เพราะว่าคุณหมอโทมะบินไปดูงานต่างประเทศ คุณหมอก็เลยต้องรับผิดชอบคนไข้ของคุณหมอโทมะชั่วคราวค่ะ” แอ๊!
“อย่างน้อยผมก็มีเวลาพักกลางวันใช่มั้ยครับเนี่ย” จะได้ไปชาร์จพลังที่ Pet shop Café ด้วยใบหน้ายิ้มๆของคุณกระต่าย
“อ๋อ ค่ะ คุณหมอมีเวลาพักรับประทานอาหาร 15 นาที ต่อมื้อ”
“หา! 15 นาทีเองเหรอครับ”
“ค่ะ ไม่อย่างนั้น คุณหมอต้องเลิกงานตอนเที่ยงคืน เลือกเอานะคะ” พูดจบก็เดินออกไป ไหนว่าพยาบาลคือนางฟ้าในชุดขาว โชคิด อย่างนี้มันปีศาจในชุดขาวชัดๆ
คุณหมอหนุ่มเปิดตารางงานของตัวเองอย่างเซ็งๆ นี่เขาคงไม่ได้เจอคุณกระต่ายหลายวันแน่ๆ
“สวัสดีครับ Pet shop Café ยินดีต้อนรับครับ อ้าว อุซาตันเองเหรอ” คุณกระต่ายต้อนรับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถึงจะงงที่อุซาตันเป็นใคร(เอ่อ...น่าจะเป็นเขาเองใช่มั้ย) แต่คุณชายทากิซาว่าก็เดินเข้าไปในร้านด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้ท่าทางยุ่งๆนะ” ทักกี้ว่า เพราะว่ามองไปรอบๆร้านที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เอ...วันนี้มีแต่สาวๆแฮะ
“ใช่แล้ว เพราะว่าวันนี้ จุนกับคาซึไม่อยู่ แถมมีเทศกาลชีสเค้กด้วย ซึบะจังเลยต้องทำหน้าที่แต่งจานขนมไปด้วย เสิร์ฟด้วย ว่าแต่วันนี้อุซาตันจะทานอะไรดี คุณกระต่ายขอแนะนำชุดเอ ของวันนี้ แกงกะหรี่ชีสกับสลัดแล้วก็น้ำเปล่าเย็นๆ โอจังผสมผงแกงเองเลยนะไม่ได้ใช้ของสำเร็จรูป รสชาติเข้มข้นสุดๆ อร่อยมากเลย คุณกระต่ายแอบชิมมาแล้ว” ไอบะนำเสนอเต็มที่ เพราะโอจังบอกว่าวันนี้ถ้าลูกค้าสั่งชุดเอเยอะๆ จะทำซุปเปอร์ไก่คาราอาเกะให้กิน แค่ไก่คาราอาเกะของโอจังก็อร่อยเหาะแล้ว นี่มีคำว่าซุปเปอร์อยู่ข้างหน้าแสดงว่าต้องอร่อยเหาะหลายๆรอบแน่เลย!
แน่นอนว่าคุณชายทากิซาว่า ไม่เคยกินแกงกะหรี่สำเร็จรูป เพราะคุณชายเคยกินแต่แกงกะหรี่อินเดียแบบแท้ๆเท่านั้น พอได้ยินชื่อแกงกะหรี่ชีสเลยสนใจขึ้นมา
“เห็นโอจังบอกว่าเป็นสูตรลับของตระกูลเลยน้า คิดดูนะอุซาตันข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยแกงกะหรี่โรยชีสลงไป เวลาตักขึ้นมานะ ชีสยืดเลยล่ะ อร่อยมากๆๆ” คิดภาพตามแล้วน้ำลายไหล
“อืมๆ เอาชุดเอแล้วกัน”
“เย่! ชุดเอหนึ่งที่ เอาแบบไหนเอ่ย เผ็ดปกติ หรือจะเอาเผ็ดมาก”
“เอาเผ็ดมากมาแล้วกัน”
“โอเค เผ็ดมาก กินเผ็ดๆดีนะ แต่คุณกระต่ายไม่ชอบกินเผ็ดเลยแหละ แล้วจะเอาของหวานด้วยมั้ยเอ่ย”
“เทศกาลชีสเค้กอย่างนั้นเหรอ” คนตัวขาวมองไปโต๊ะข้างๆ ทีรามิสุดูท่าทางน่ากินเชียว “เอาทีรามิสุแล้วกัน”
“โอเค ชุดเอ กับทีรามิสุ” คุณกระต่ายยิ้มกว้าง อิอิ ซุปเปอร์ไก่คาราอาเกะจะไปไหนเสีย “อ้อ อุซาตัน แล้วโชคุงไม่มาด้วยเหรอ”
“ไอ้โชน่ะเหรอ ไม่ได้ชวนแฮะ สงสัยเข้าเวรล่ะมั้ง”
“...เหรอ” ใบหน้ายิ้มแย้มสลดลงเล็กน้อย “อาหารที่สั่งรอสักครู่นะครับ” พูดจบก็เดินเข้าครัวไป
“โอจังชุดเอหนึ่งชุด แล้วก็ทีรามิสุหนึ่งที่นะซึบะจัง”
“โอเค ชุดเอหนึ่งชุด” โอโนะวางมือจากการล้างจานมาตักแกงกะหรี่ราดบนข้าวสวยร้อนๆโรยชีสขูดฝอยลงไป ก่อนไปจัดผักสลัด
“อ้อ ใช่ซึบะจัง อุซาตันมาแน่ะ”
“อุซาตัน...?” คุณแมวเอียงคออย่างงงๆ ตั้งแต่เกิดมายังไม่รู้จักใครชื่อนี้นะ
“อุซาตันที่มาจีบซึบะจังน่ะ” ร่างโปร่งหน้าแดงวาบ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากทากิซาว่า ฮิเดอากิ ที่เขานั่งทำของขวัญให้ทั้งคืน
“ชุดเอเรียบร้อยแล้ว” รวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ ก่อนจะไปล้างจานต่อ
“เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟเองครับ” ซึบาสะยกถาดอาหารออกไปด้านหน้า
“ชุดเอที่สั่งครับ” พอเห็นหน้าคนเสิร์ฟทากิซาว่าก็ยิ้มกว้าง
“สวัสดีครับ ซึบาสะ แย่หน่อยนะวันนี้ เห็นไอบะจังบอกว่าวันนี้เหลืออยู่แค่สองคน”
“ครับ มัตสึโมโต้กับนิโนะแก้แค้นที่เมื่อวานผมกับไอบะไม่ได้มาทำงาน” ร่างโปร่งวางจานอาหารลงตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ “เพราะทากิซาว่านั่นแหละครับ อยู่ดีๆก็พอผมไปนาระ นี่ผมโดนหักเงินวันนึงด้วยนะครับ” ทักกี้หน้าหน้าหงอยเป็นลูกหมาถูกดุ
“เอ่อ...ซึบาสะ ขอโทษนะครับ” โอย ดูทำหน้าเข้า ถ้าแกล้งต่อนี่สงสัยจะใจร้ายเกินไป
“ล้อเล่นน่ะครับทากิซาว่า”
“ซึบาสะ! ทำผมใจเสียหมดเลย”
“ซึบะจัง มีออร์เดอร์ของหวาน” เสียงแหบๆของคุณกระต่ายตะโกนเรียก
“เอ่อ...เย็นนี้ทากิซาว่า ว่างรึเปล่าครับ”
“หือ คิดว่าไม่มีอะไรนะครับ ซึบาสะมีอะไรรึเปล่า”
“...คือว่า...ผมมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ” นี่เขาหูฝาดรึเปล่า! ซึบาสะชวนเขาไปกินข้าวเย็นด้วย! ถ้านี่เป็นความฝันก็เป็นฝันดี ที่ไม่อยากตื่นเลย
ร่างโปร่งที่เห็นคนตัวขาวนั่งนิ่งไม่ตอบอะไรก็พาลนึกว่า ไม่ว่างซะนี่
“ถ้าทากิซาว่าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรครับ”
“ไม่ใช่ครับ ผมว่างครับ ผมดีใจมากๆจนพูดอะไรไม่ออกเลยน่ะครับ” เมื่อพบว่าตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน ทากิซาว่าก็ตอบพร้อมรอยยิ้มที่เจิดจ้าเสียยิ่งกว่าพระอาทิตย์
“ถ้าอย่างนั้นเจอกันตอนเลิกงานนะครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อน” ซึบาสะขอตัวอย่างสุภาพ ก่อนจะกลับไปทำงาน
ทากิซาว่าหยิกตัวเองหลายครั้ง และพบว่ามันเจ็บทุกครั้ง เป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป โอยไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ! มีความสุขจังเลย!!!
คนตัวขาวตักแกงกะหรี่เข้าปาก เผ็ดมากเหรอ ทำไมถึงรู้สึกว่าหวานจังเลยนะ อะฮิ อะฮิ
“หมะม้าฮะ พี่ชายคนนั้นอีกแล้ว” เด็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์ สารภาพรักครั้งแรกของทากิซาว่ากับมารดานั่นเอง ผู้เป็นแม่พอเห็นคนตัวขาวทำท่าประหลาดๆก็รีบบอกลูกชาย
“อย่าไปมองลูก อย่าไปมอง” ทำไมต้องมาเจอคนประหลาดๆทุกที หน้าตาก็ดีแท้ๆ ไม่น่าเลย
“นายนี่ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเลยนะ”
“เฮ้ย!” นิโนะตกใจร้องลั่น เพราะตาเกย์คิ้วหนามานั่งรอเขาอยู่หน้าห้องน้ำ แถมยังจ้องเขาใหญ่เลยด้วย “ทำไมยังอยู่อีก กลับไปได้แล้ว”
“ก็...หิวข้าวแล้วนี่นา” จุนว่า “ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย นายเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่อยู่ แต่ทำไมชั้นต้องกินกับนายด้วยล่ะ!”
“ก็ไม่ได้บอกว่านายต้องกินกับชั้นนี่ แค่บอกว่านายยังไม่ได้กินข้าว” โอย...นิโนะอยากจะประสาทในความกวนของหมอนี่จริงๆ “อืม...ไหนๆนายก็ชวนแล้ว งั้นชั้นจะกินข้าวกับนายก็ได้”
“ใครชวนนายมิทราบ อย่ามามั่วได้ปะ ขอร้อง” นิโนะรู้แย่ ทำไมวันนี้เขาถึงเสียหน้าให้หมอนี่หลายรอบจัง ไม่ชอบเลย ใจเย็นๆนะคาซึนาริ ใจเย็นๆเข้าไว้ นิโนะบอกตัวเอง
“เอาอย่างนี้นะ มัตสึโมโต้ ชั้นขอแต่งตัวก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน”
“...อืม” ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจะมาไม้ไหน แต่คุณหมาก็อือออไปก่อน
“เอ้า ออกไปก่อนสิ”
“หือ”
“ก็ชั้นจะแต่งตัว นายออกไปก่อน”
“อ่า โอเคๆ งั้นรออยู่ที่เตียงนะ” ทำไมต้องที่เตียงด้วยวะ นิโนะคิด พ่อครัวเค้กอัจฉริยะค่อยๆแต่งตัวอย่างช้าๆ พลางคิดแผนการในหัวอย่างเงียบๆ
“แต่งตัวเร็วจัง” นิโนะมองหน้าคนพูดอย่างอึ้งๆ เร็วบ้าอะไร ช้าที่สุดในชีวิตเขาเลยนะเนี่ย ศิริรวมสามสิบกว่านาทีมันเร็วตรงไหน “แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ไปกินข้าวกันดีกว่า”
“เดี๋ยวๆๆ มัตสึโมโต้ จุน ชั้นบอกว่าแต่งตัวเสร็จแล้วเรามาคุยกันก่อน”
“เอาไว้หลังกินข้าวไม่ได้เหรอ ตอนนี้หิวแล้ว”
“ไม่ได้ สัญญาต้องเป็นสัญญาสิ เอาล่ะนั่งตรงนั้น” ชี้ไปที่ปลายเตียง ส่วนตัวเองมานั่งที่หัวเตียง ตาเรียวๆของนิโนะจ้องอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดบทสนทนาต่อ “ทำไมวันนี้ถึงต้องมายุ่งกับชั้นด้วย”
“ก็...” ก็อยากเจอหน้ากวนๆของนาย เอ้ย ไม่ใช่ แค่อยากมากวนใจเท่านั้น โอ๊ย ให้ตายเถอะ จะคำตอบไหนก็ไม่ดีแฮะ
“ตอบ!”
“ก็...อยู่เฉยๆมันน่าเบื่อ” จุนตอบ “ก็เลยมาหา คิดว่านายน่าจะเบื่อเหมือนกัน”
“ขอบคุณนะ แต่ว่าวันหลังไม่ต้องคิดแทนชั้นก็ได้” ขอบคุณก่อนจะแดกดันแบบเบาๆ “เอาตรงๆเลยนะ เมื่อวานชั้นเหนื่อยมาก นายจะว่าชั้นอ่อนแอหรืออะไรก็ได้นะ แต่ว่าเพราะปกติไม่ได้ทำงานหนักอย่างนั้น ก็เลยเหนื่อยมากจริงๆ วันนี้ก็เลยอยากนอนพัก แต่ว่านายกลับมาทำลายความสงบด้วยการกดกริ่งรัวแบบไม่ยั้งและกวนใจชั้นต่างๆนานา บอกตามตรงว่าชั้นโกรธมากเลย” ร่างบางพักหายใจสักครู่ก่อนจะพูดต่อ ตอนนี้บรรยากาศมันซีเรียสเสียจนจุนไม่กล้าพูดอะไร “ถ้านายอยากจะกินข้าวก็ได้ตามใจ ชั้นไปกับนายก็ได้ แต่ว่าพอกินข้าวเสร็จแล้วต้องแยกย้าย นายก็กลับบ้านของนายไป ส่วนชั้นก็กลับมานอนพักผ่อน ตกลงมั้ย”
จุนมองหน้านิโนะ ท่าทางจะอารมณ์เสียจริงๆแฮะ หรือว่าเราจะแกล้งมากเกินไปจริงๆ แต่ถ้าพักผ่อนน้อยเดี๋ยวก็ไม่สบายเป็นลมไปอย่างวันนั้นอีก
“ตกลง” พอได้ยินคำตอบแล้วนิโนะก็ยิ้มบางๆ
“ขอบคุณนะ ที่นายเข้าใจ” คนตัวเล็กตอบไปอย่างเรียบๆ แต่ในใจนั้นลิงโลดไปแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอก ไอ้ท่าทางซีเรียสเครียดมาคุเนี่ย มันเป็นการแสดงเท่านั้นแหละ หึหึหึ แหม ได้ผลด้วยไม่น่าเชื่อนะเนี่ย
“ว่าแต่นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”
“หือ...อะไรก็ได้ แล้วแต่นายเถอะ เพราะว่านายเป็นคนเลี้ยง”
“ฮะ?” โดนยัดเยียดให้เป็นคนเลี้ยงเฉยเลย เค็มเสมอต้นเสมอปลายจริงๆหมอนี่ เอาน่ายอมๆหน่อยแล้วกัน
ระหว่างที่กำลังรื่นรมย์กับแกงกะหรี่ชีสเยิ้มฝีมือพ่อครัวหน้ากลมอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของพ่อนักธุรกิจใหญ่ก็ดังขึ้น คนตัวขาวจึงละมือจากอาหารตรงหน้าก่อน
“สวัสดีครับ มิยาโมโตะซัง”
“...”
“ครับ ผมจะรีบกลับไปครับ” มีปัญหาเกี่ยวกับเรือสินค้าของบริษัท เป็นปัญหาเร่งด่วนต้องรีบกลับไปจัดการ คนตัวขาวควักค่าอาหารออกมาจากกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะ
‘...คือว่า...ผมมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยครับ’ เสียงของคุณแมวดังก้องในหัว แต่เรื่องงานก็สำคัญไม่แพ้กัน นี่เค้าจะทำยังไงดี
“เป็นอะไรไปทาเครุคุง คิ้วขมวดใหญ่แล้ว แกงกะหรี่ของโอจังไม่อร่อยเหรอ” คุณกระต่ายนั่นเอง ไอบะเอียงคอถามทากิซาว่า ซึ่งได้ชื่อใหม่อีกแล้ว
“จริงด้วย ไอบะจัง ฝากบอกซึบาสะหน่อยสิ ว่าผมมีงานด่วนเข้ามาไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ เย็นนี้คงต้องยกเลิกนัด”
“อือๆ ได้ๆ เดี๋ยวคุณกระต่ายบอกให้นะ” ทากิซาว่ายิ้มอย่างวางใจแล้วรีบออกจากร้านไป ถึงจะเสียดายที่ต้องยกเลิกนัดกับร่างโปร่ง แต่เรื่องงานก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
คุณกระต่ายเก็บจานแกงกะหรี่ที่ยังกินไม่หมดไปอย่างเสียดาย นี่ถ้าไม่เกรงใจนะ จะนั่งกินต่อให้หมดเลย
“อ๊ะ เหวอ!!!” ร้องเสียงหลงเพราะสะดุดขาตัวเองเข้าให้ ไอบะยื่นแขนออกไปให้ยาวที่สุดเพื่อคว้าจานแกงกะหรี่ที่กำลังลอยอยู่ก่อนที่จะตกพื้น ถ้าแตกล่ะก็จุนจังต้องว่าแน่ๆ (จุนเป็นเจ้าของร้าน?)
“เซฟ!” จานไม่ตกพื้นแตก และแกงกะหรี่ไม่หก รอดไปที ไม่ต้องมาเช็ดด้วย “อ๊ะ ขอโทษที่เสียงดังครับ ไม่เป็นไรครับ ไม่มีอะไร เชิญทานอาหารต่อเลยนะครับ” หันไปพูดกับลูกค้าที่มองเขาเป็นตาเดียว บางคนตกใจนิดหน่อย แต่บางคนก็ยิ้มอย่างชินๆ ไอบะลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว
“เอ...ว่าแต่เมื่อกี้ทาเครุพูดอะไรบ้างนะ ...ง่า...คิดไม่ออกเลย” ท่าทางความทรงใจของคุณกระต่ายจะหล่นหายไปเพราะสะดุดเมื่อกี้แหงๆ
To be Con...
ปล. ขอโทษนะกี้ วันเกิดแกแต่ว่าฟิคคราวนี้มันเป็นตาของจุนกะนิโนะจริงๆอ่ะ